สหราชอาณาจักรอำลา พ้นสมาชิกEUเป็นทางการ

วันที่ 01 ก.พ. 2563 เวลา 10:37 น.
สหราชอาณาจักรอำลา พ้นสมาชิกEUเป็นทางการ
ประมวลภาพ "คืนเบร็กซิต" 31 ม.ค. อังกฤษออกการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ สิ้นสุดความสัมพันธ์ 47 ปี

ประมวลภาพ "คืนเบร็กซิต" 31 ม.ค. อังกฤษออกการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ สิ้นสุดความสัมพันธ์ 47 ปี

เมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2020 สหราชอาณาจักรได้ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ โดยการ"หย่าร้าง"ครั้งนี้ มีขึ้นหลังอังกฤษเข้าเป็นสมาชิกอีกยูเมื่อ 47 ปีก่อน ในวันที่ 1 ม.ค. 1973 ครั้งอียูยังเป็นประชาคมยุโรป (อีซี)

ในคืนวันที 31 ม.ค. ชาวอังกฤษผู้สนับสนุนเบร็กซิตจำนวนมาก ได้รวมตัวชุมนุมเต็มพื้นที่ด้านหน้าใกล้กับพระราชวังเวลส์มินสเตอร์ อันเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐสภา พร้อมโห่ร้องแสดงความยินดี รวมถึงจุดพลุเฉลิมฉลองเมื่อนาฬิกาบิ๊กเบนบอกเวลา 23.00 น. เช่นเดียวกับผู้ที่สนับสนุนอียูต่างแสดงความผิดหวังและเสียใจเมื่อถึงเวลาที่อังกฤษต้องออกจากอียูอย่างเป็นทางการ

แม้นาฬิกาบิ๊กเบนจะอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ จึงส่งผลให้ไม่มีการเคาะระฆังเพื่อบอกเวลา แต่ที่ด้านหน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวน์นิ่ง อันเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการฉายภาพจำลองพร้อมตัวเลขบอกเวลานับถอยหลัง

เมื่ออังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียู อียูจะสูญเสียสัดส่วนทางเศรษฐกิจของทั้งสหภาพไปถึงร้อยละ 15 อีกทั้งเสียกรุงลอนดอนซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการเงินของโลกไป

ด้านนายบอริส จอห์นสัน ได้แถลงการผ่านโซเชียลมีเดียในไม่กี่ชั่วโมงก่อนอังกฤษจะออกจากอียูว่า การเปลี่ยนผ่านนี้จะทำให้ประเทศรวมตัวกันและพาเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง

การออกจากอียู จะถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงและการฟื้นฟูประเทศ แม้ทางข้างหน้าจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่รัฐบาลมั่นใจจะนำพาประเทศเดินท่ามกลางทางอันขรุขระได้" อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสหราชอาณาจักรยังคงมีอีกหลายประเด็นหลังจากนี้ ตั้งแต่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และแรงงานระหว่างกัน ที่ต้องดำเนินการเจรจาและบรรลุข้อตกลงร่วมกันต่อไป

รวมถึงอนาคตที่ยังไม่แน่นอนของสก็อตแลนด์ เนื่องจากรัฐบาลสก็อตต้องการอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป