posttoday
มรดกโลกแห่งใหม่ ยูเนสโกขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช

มรดกโลกแห่งใหม่ ยูเนสโกขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช

25 กรกฎาคม 2569

คณะกรรมการมรดกโลกยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย นับเป็นแห่งแรกของภาคใต้

KEY

POINTS

  • ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่
  • การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ทำให้วัดพระมหาธาตุฯ เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ และเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของไทย
  • คณะกรรมการมรดกโลกมีมติรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุม ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569

คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโก มีมติเห็นชอบให้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในการประชุมที่เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพิ่มเป็นแห่งที่ 6 และมีแหล่งมรดกโลกรวมทั้งสิ้น 9 แห่ง โดยนับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้

บรรยากาศภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาทำบุญ สักการะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ และร่วมติดตามผลการประชุมอย่างใกล้ชิด ขณะที่ภายในพระวิหารหลวงมีพิธีอุปสมบท และบริเวณโดยรอบวัดได้เตรียมพื้นที่สำหรับกิจกรรมเฉลิมฉลองไว้ล่วงหน้า

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยได้รับแจ้งจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกว่า ได้ปรับเปลี่ยนวาระการพิจารณา โดยเลื่อนการพิจารณาวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจากกำหนดเดิมวันที่ 26 กรกฎาคม มาเป็นเวลา 15.00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติรับรองอย่างเป็นทางการ

การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ทำให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการคุ้มครองและดูแลตามมาตรฐานของยูเนสโก ทั้งด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน การรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และการสืบทอดวิถีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังการประกาศผล จังหวัดนครศรีธรรมราชเตรียมจัดพิธีสวดมนต์สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อเฉลิมฉลองร่วมกับประชาชน พร้อมต่อยอดการอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในฐานะแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทยและแห่งแรกของภาคใต้.

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อผลักดันวาระของประเทศไทยในการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (วาระที่ 8B) 

"วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช" เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยได้นำเสนอคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) 

ทั้งในมิติของการเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ตลอดจนการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต (Living Heritage) ซึ่งปรากฏผ่านประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช" 
เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ 

นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับสากล

สืบเนื่องจากความสำเร็จในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน 

โดยมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์โบราณสถานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น.

ข่าวล่าสุด

เบทาโกร เปิดตัวธุรกิจใหม่ ครัวเดลิเวอรี่ช่วยร้านอาหารรายเล็กขยายกิจการ

เบทาโกร เปิดตัวธุรกิจใหม่ ครัวเดลิเวอรี่ช่วยร้านอาหารรายเล็กขยายกิจการ