ญี่ปุ่นก้าวไปอีกขั้น ส่งทัพเรือ-ทัพฟ้าไปตะวันออกกลาง

วันที่ 27 ธ.ค. 2562 เวลา 14:38 น.
ญี่ปุ่นก้าวไปอีกขั้น ส่งทัพเรือ-ทัพฟ้าไปตะวันออกกลาง
 

ในทางปฏิบัติแล้วญี่ปุ่นไม่กองทัพแต่มีกองกำลังป้องกันตนเอง (SDFs) ตามข้อบังคับของรัฐธรรมนูญหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ห้ามญี่ปุ่นมีกองทัพ แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ พยายามรณรงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนสถานะจากกองกำลังป้องกันตนเองมาเป็นกองทัพ ทั้งยังส่งเสริมให้กองกำลังป้องกันตนเองแสดงบทบาทเหมือนกองทัพประเทศต่างๆ มากขึ้น

ล่าสุด โยชิฮิเดะ สุงะ โฆษกของรัฐบาลแถลงว่า ญี่ปุ่นจะส่งเรือพิฆาต 1 ลำและเครื่องบินลาดตระเวน P3C จำนวน 2 ลำเพื่อช่วยปกป้องทางน้ำในแถบตะวันออกกลางและทำงานด้านข่าวกรอง แต่จะไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าว

โฆษกของรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่า การส่งกำลังทางเรือและทางอากาศไปยังตะวันออกกลาง เป็นมาตรการของญี่ปุ่นที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลาง รวมทั้งสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ในสัดส่วนถึง 90% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด ในด้านการเมืองนั้น ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับอิหร่าน

ญี่ปุ่นตัดสินใจส่งกำลังทหารไปในตะวันออกกลาง หลังจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียปีนี้ เป้าหมายที่ถูกโจมตีรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันญี่ปุ่น และโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งรัฐบาลสหรัฐ ชาติตะวันตกอื่นๆ และซาอุดิอาระเบียกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็น

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้ เมื่ออิหร่านถูกกล่าวหาว่าโจมจตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำนอกชายฝั่งซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากนั้นยังเข้าโจมตีหรือยึดเรือในน่านน้ำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐขึงได้จัดตั้งพันธมิตรทางทะเลเพื่อปกป้องเรือในภูมิภาค เพื่อคุ้มครองเส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญในระดับโลก ในการนี้สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียตกลงที่จะส่งเรือรบเพื่อคุ้มกันการขนส่งทางทะเลในอ่าว

แต่ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม เพราะกลัวที่จะบ่อนทำลายความพยายามของพวกเขาในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านหลังจากสหรัฐถอนตัวเมื่อปีที่แล้ว

ในประเด็นนี้ โฆษกของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่าญี่ปุ่นจะไม่เข้าไปลาดตระเวนในแถบช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองกำลังป้องกันตนเอง (SDFs) จะปฏิบัติการในทะเลหลวงแถบอ่าวโอมาน ทะเลอาหรับตอนเหนือ และอ่าวเอเดน

(ภาพประกอบคือเรือบรรทุกเครื่องบินUSS Abraham Lincoln ของสหรัฐซึ่งปฏิบัติการในแถบช่องแถบฮอร์มุซ)

Photo by Zachary PEARSON / US NAVY / AFP