สาวฟินแลนด์วัย34ปี เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลก

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

สาวฟินแลนด์วัย34ปี เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลก

 

ด้วยวัยแค่ 34 ปี ซานนา มาริน (Sanna Marin) กำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลก หลังจากที่เธอเข้ารับการสาบานตนต่อรัฐสภาฟินแลนด์ในวันนี้ แต่อายุจะยังน้อย แต่เธอไม่ได้ขาดประสบการณ์ทางการเมืองเลย

เธอคนนี้เคยดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และมีชื่อเสียงในฐานะนักการเมืองที่พูดจาตรงไปตรงมาโดยเฉพาะในช่วง 5 ปีในฐานะผู้นำของสภาท้องถิ่นของเมืองตัมเปเร บ้านเกิดของเธอซึ่งเธอเข้ารับตำแหน่งในปี 2555 อายุเพียงแค่ 27 ปี

การที่มารินขึ้นสู่จุดสุดยอดของผู้นำรัฐบาลฟินแลนด์ หมายความว่าเมื่อเธอเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยในปีหน้า จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคของฟินแลนด์มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าพรรคทั้งหมด โดยมารินยังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของฟินแลนด์ และยังทำให้เธอเป็นหนึ่งในผู้นำมีอายุต่ำกว่า 35 ปีด้วย

แต่มารินไม่เพียงแต่เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของฟินแลนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นประมุขที่อายุน้อยที่สุดในโลกด้วย แซงหน้าหน้านายกรัฐมนตรีโอเล็กซีย์ ฮอนชารุก (Oleksiy Honcharuk) นายกรัฐมนตรียูเครนซึ่งปัจจุบันอายุ 35 ปี

Photo by Vesa Moilanen / Lehtikuva / AFP

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2562 มารินได้รับเลือกจากพรรคสังคมประชาธิปไตยที่เธออยู่สังกัด เพื่อแทนที่นายกรัฐมนตรี อันท์ติ รินเน ซึ่งลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากความล้มเหลวในการจัดการกับปัญหานัดหยุดงานประท้วงขององค์กรไปรษณีย์

มารินมีปฏิกริยาต่อคำถามเกี่ยวกับอายุของเธอว่า

“ฉันไม่เคยนึกถึงอายุหรือเพศของฉัน ฉันนึกถึงแต่เหตุผลที่ฉันเข้าสู่การเมืองและเรื่องที่เกี่ยวข้องซึ่งทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง” เธอกล่าวกับผู้สื่อข่าว

พรรคสังคมประชาธิปไตยครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน 2562 หลังจากเอาชนะพรรคฟินน์ (Finns) พรรคการเมืองฝ่ายขวาต่อต้านผู้อพยพ ในการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนเมษายน

นักวิจารณ์บางคนมองว่าชัยชนะเป็นชัยชนะของแนวคิดเสรีนิยมและอุดมการณ์สังคมที่เท่าเทียมในฟินแลนด์ ต่อพรรคการเมืองที่ต่อต้านผู้ลี้ภัยและต้องการจำกัดผู้ลี้ภัยเข้าประเทศให้เหลือเกือบเป็นศูนย์ และพรรคที่ต่อต้านมาตรการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของพรรคสังคมประชาธิปไตยไม่ยั่งยืน เพราะตั้งแต่นั้นมา ผลการสำรวจความเห็นชี้ให้เห็นว่า พรรคสังคมประชาธิปไตยกลับได้รับความนิยมเป็นอันดับสี่ ในขณะที่พรรค Finns ได้กลายเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศ ซึ่งหมายความว่าหากมีการยุบสภาและจัดเลือกตั้งใหม่ในเวลานี้ พรรคฝ่ายขวาจะชนะในทันที

การสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่า มารินเป็นนักการเมือง พรรคสังคมประชาธิปไตยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และเธอได้กล่าวว่าการได้รับความไว้วางใจจากทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรกของเธอ

Photo by Vesa Moilanen / Lehtikuva / AFP

มารินกล่าวว่าวัยเด็กของเธอมีอิทธิพลอย่างมากต่อการจัดอันดับความสำคัญทางการเมืองของเธอ

“ฉันมาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่สามารถประสบความสำเร็จและก้าวไปข้างหน้าได้หากไม่ใช่รัฐสวัสดิการที่แข็งแกร่งและระบบการศึกษาของฟินแลนด์” เธอกล่าวกับ Helsingin Sanomat

มารินเได้รับการเลี้ยงดูโดยแม่ของเธอและครู่รักหญิงของแม่ เธอบอกว่า 'ครอบครัวสายรุ้ง' (ครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศ) ที่เธอเติบโตมานั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญต่อแนวคิดของเธอเรื่อง "ความเสมอภาคความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน"

ในการสัมภาษณ์ปี 2558 มารินบอกว่าเธอรู้สึก 'ไม่มีตัวตน' ตอนเป็นเด็ก เพราะเธอไม่สามารถพูดอย่างเปิดเผยเกี่ยวครอบครัวของเธอ

“(ตอนนั้น) มันเป็นเรื่องที่คุณไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ เราจะพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับครอบครัวสายรุ้งได้ก็เมื่อมาถึงในยุค 2000 แล้ว” เธอบอกกับนิตยสาร Me Naiset

มารินจบปริญญารัฐประศาสนศาสตร์ สัมภาษณ์ทางหนังสือพิมพ์เมื่อเดือนมกราคมปีนี้โดยยอมรับว่าเธอชอบความเป็นระเบียบทั้งในการเมืองและในชีวิตส่วนตัวของเธอ

"ฉันจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ" เธอกล่าวกับหนังสือพิมพ์ Helsingin Sanomat ของฟินแลนด์และบอกว่า "รัฐบาลมีบทบาทของตนเอง และองค์กรแรงงานก็มีบทบาทของตัวเอง การรักษาขอบเขตของเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ"

ในฐานะที่เป็นแม่ของลูกสาวอายุ 2 ขวบมารินกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การดูแลลูกๆ จะไม่กลายเป็นภาระในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน แต่สามีก็ทำห้ฉันมั่นใจขึ้น โดยเขาบอกว่าเขาและแม่ของฉันจะช่วยกันหาทางออกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องเลี้ยงดูลูกๆ อย่างไร"

แปลและเรียบเรียงจากFinland's Sanna Marin, world's youngest PM โดยสำนักข่าว AFP

ภาพปกโดยVesa Moilanen / Lehtikuva / AFP

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ