posttoday
"ไมเคิล บลูมเบิร์ก" ทุ่มเกือบพันล้านบาท ซื้อโฆษณาเลือกตั้ง 2020

"ไมเคิล บลูมเบิร์ก" ทุ่มเกือบพันล้านบาท ซื้อโฆษณาเลือกตั้ง 2020

26 พฤศจิกายน 2562

ไมเคิล บลูมเบิร์ก ลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 เพราะหวั่นว่า "ปธน.ทรัมป์" จะได้รับเลือกอีกสมัย

ไมเคิล บลูมเบิร์ก ลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 เพราะหวั่นว่า "ปธน.ทรัมป์" จะได้รับเลือกอีกสมัย

เป็นที่ชัดเจนแล้วเมื่อวานนี้ (25 พ.ย.) ว่ามหาเศรษฐีผู้รวยอันดับ 9 ของโลก และเป็นเจ้าพ่อสื่ออย่าง นายไมเคิล บลูมเบิร์ก วัย 77 ปี ได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ ลงสมัครในนามพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020

ชื่อของ "ไมค์ บลูมเบิร์ก" เป็นที่สนใจมาโดยตลอด เพราะเคยมีรายงานข่าวมาหลายครั้งว่าเขาอาจตัดสินใจลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ก็ได้ปฏิเสธข่าวมาโดยตลอด กระทั่งช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีรายงานข่าวที่ยืนยันว่าบลูมเบิร์กเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐในปี 2020

"ไมเคิล บลูมเบิร์ก" ทุ่มเกือบพันล้านบาท ซื้อโฆษณาเลือกตั้ง 2020

"ผมรู้วิธีว่าจะเอาชนะทรัมป์ได้อย่างไร ผมมีวิธีนั้นอยู่แล้ว และผมจะทำมันอีกครั้ง"

"ผมลงสมัครเพื่อเอาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ และสร้างอเมริกาขึ้นใหม่อีกครั้ง เราไม่สามารถทนกับการกระทำอันไร้จริยธรรมและบ้าบิ่นของประธานาธิบดีทรัมป์ได้อีกต่อไป" หนึ่งในคำแถลงเปิดตัวของบลูมเบิร์ก

ขณะเดียวกันก่อนหน้าการประกาศเปิดตัวไม่กี่วัน มีรายงานจาก Advertising Analytics บริษัทด้านสำรวจโฆษณาในสหรัฐ ที่เผยว่า "ไมค์ บลูมเบิร์ก" ได้ทุ่มเงินจำนวนอย่างน้อย 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 936 ล้านบาท ซื้อโฆษณารณรงค์ประชาสัมพันธ์การสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาในหลายรัฐ

 

 

โดยพบว่าเงินส่วนใหญ่ถูกลงไปกับการซื้อโฆษณาหาเสียงในรัฐฐานเสียงรีพับลิกกัน และถือเป็น "Swing State" ที่มีจำนวน Electoral College หลายที่นั่ง อาทิ ฟลอริด้า โอไฮโอ มิชิแกน ยูทาห์ และเท็กซัส

แม้ว่าข้อมูลยังคงเป็นตัวเลขแบบคราวๆ แต่ทว่ามูลค่าดังกล่าว นับว่าสูงกว่าคราวที่ทีมหาเสียงของบารัค โอบาม่า เคยใช้เงินซื้อโฆษณาที่ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานยังระบุด้วยว่า ทีมหาเสียงของเขาอาจใช้เงินในการรณรงค์แคมเปญหาเสียงสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์


ศึกสองมหาเศรษฐี

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ไมค์ บลูมเบิร์ก ระบุว่า เหตุที่เขาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น เพราะเขารู้สึกกังวลว่าผู้สมัครของเดโมแครตในปัจจุบัน ยังไม่มีใครที่จะสมน้ำสมเนื้อมากพอจะสามารถมีชัยชนะเหนือประธานาธิบดีทรัมป์ในการเลือกตั้งปีหน้าได้

ผลโพลจาก Morning Consult ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้จัดทำผลสำรวจระหว่าง ปธน.ทรัมป์ กับ นายบลูมเบิร์ก ผลโพลระบุว่า คะแนนนิยมของบลูมเบิร์กมีมากกว่าทรัมป์ร้อยละ 6 โดยเขาได้คะแนนที่ 43 ส่วนทรัมป์ได้ที่ 37 แต่นั้นเป็นการสำรวจโพลช่วงสองอาทิตย์ก่อนที่บลูมเบิร์กจะประกาศตัวอย่างเป็นทางการ

แม้ว่าคะแนนนิยมในตัวบลูมเบิร์กของจะสูงกว่าทรัมป์ แต่หากเทียบกับในบรรดาผู้สมัครเดโมแครตด้วยกันแล้ว บลูมเบิร์กอาจต้องสู้ชิงชัยกับดาวเด่นในเดโมแครตหลายราย โดยเฉพาะนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้ประกาศลงชิงตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ และกำลังเป็นดาวเด่นในพรรคเดโมแครต แม้ว่าไบเดนถูกสกัดขาด้วยข่าว "เรื่องอื้อฉาวในยูเครน" จากกรณีการทำธุรกิจของบุตรชายของเขา แต่เดโมแครตก็เดินเกมส์กลับด้วยการใช้กรณีนี้เปิดไต่สวนเพื่อเริ่มกระบวนการถอดถอนทรัมป์ในขณะนี้

 

"ไมเคิล บลูมเบิร์ก" ทุ่มเกือบพันล้านบาท ซื้อโฆษณาเลือกตั้ง 2020

 

สำหรับ ไมเคิล บลูมเบิร์ก จัดว่าเป็นมหาเศรษฐีนักการเมืองท้องถิ่นนิวยอร์กที่ใครๆก็รู้จัก เขาเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระหว่างปี 2002-2013

ตัวเขาเคยเป็นสมาชิกมาแล้วทั้งรีพับลิกกัน ก่อนจะผันมาเป็นผู้สมัครอิสระ และล่าสุดลงสมัครในนามเดโมแครต

ในปี 2016 เขาประกาศในที่ประชุมพรรคเดโมแครตว่าจะให้การสนับสนุนนางฮิลลารี่ คลินตัน จากนั้นในปี 2018 ได้ลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งให้เงินสนับสนุนพรรคมากถึง 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนั่นได้ช่วยให้เดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งกลางเทอมได้อีกครั้ง

แม้ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อผู้รวยที่สุดอันดับ 9 ของโลก แต่ไมค์ บลูมเบิร์ก จัดว่าเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีใจบุญที่บริจาคเงินก้อนใหญ่ให้องค์กรการกุศลมากมาย ประเมินว่าเขาบริจาคเงินให้กับองค์กรต่างๆไปแล้วถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนั่นมากกว่าทรัพย์สินของประธานาธิบดีทรัมป์ สมัยที่ยังเป็นนักธุรกิจอสังหาฯเสียอีก

อย่างไรก็ ขณะนี้ยังยากจะคาดเดาว่า ไมค์ บลูมเบิร์ก จะเป็น "ม้ามืด" ที่สามารถโค่นทรัมป์ได้หรือไม่ เพราะเขาเพิ่งประกาศแคมเปญหาเสียงเพียงไม่กี่วัน รวมถึงเขายังต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนภายในเดโมแครตด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ กลยุทธ์ใช้เงินหาเสียงของบลูมเบิร์กนั้นจะสามารถซื้อใจชาวอเมริกันได้มากน้อยเพียงใด

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เชลซี พบ สเปอร์ส พรีเมียร์ลีก วันนี้ 19 พ.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เชลซี พบ สเปอร์ส พรีเมียร์ลีก วันนี้ 19 พ.ค.69