เด็กโทษผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่สั่งให้เด็กหุบปากเรื่องโลกร้อน

วันที่ 24 ก.ย. 2562 เวลา 21:00 น.
เด็กโทษผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่สั่งให้เด็กหุบปากเรื่องโลกร้อน
เกรต้า ธุนแบร์ก ไม่ใช่คนรุ่นใหม่เพียงคนเดียวที่เกรี้ยวกราดกับบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนใจแต่เรื่องเศรษฐกิจนเมินเฉยกับปัญหาโลกร้อน ยังมีคนรุ่นใหม่ที่หลายหมื่นคน ที่พากันนัดหยุดเรียนเพื่อเรียกร้องให้ผู้ใหญ่แก้ปัญหาโลกร้อนจริงๆ จังๆ กันเสียที นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเด็กๆ ที่กังวลว่าพวกเขาอาจจะไม่มีอนาคตเหลืออยู่ หากปัญหาโลกร้อนยังไม่มีวี่แววว่าจะบรรเทาลง

แต่แทนที่จะเป็นการเคลื่อนไหวที่ผนึกกำลังกันของคนทุกรุ่นทุกวัย คนรุ่นใหม่บางคนโจมตีคนรุ่นก่อนอย่างรุนแรงว่าผลาญทรัพยากรและเลือกนักการเมืองแย่ๆ เข้ามา จนทำให้พวกเขาต้องหมดอนาคต กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิวาทะระหว่างผู้ใหญ่และเด็กมาระยะหนึ่ง

ในช่วงเวลานี้มีการแชร์ข้อเขียนของบุคคลหนึ่งที่โจมตีการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่อย่างรุนแรง ข้อเขียนนี้ถูกแชร์ไปมากกว่า 200,000 ครั้ง ข้อเขียนนั้นมีเนื้อหาว่า

ถึงเด็กนักเรียนทุกคนที่ "หยุดงาน" เพื่อประท้วงปัญหาโลกร้อน, พวกเธอเป็นรุ่นแรกที่ขอให้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในทุกห้องเรียน, พวกเธอต้องการทีวีทุกห้อง และชั้นเรียนของพวกเธอทุกชั้่นใช้ระบบคอมพิวเตอร์, พวกเธอใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ที่เยอะยิ่งกว่าก็คือ พวกเธอไม่ได้เดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียน แต่เดินทางมาด้วยขบวนรถยนต์ส่วนตัวที่ปล่อยควันพิษสำลักท้องถนนในย่านที่อยุ่อาศัยและการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนที่เลวร้ายยิ่งขึ้น

พวกเธอเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน และอัปเดตสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาแพงเพื่อให้ทันเทรนด์อยู่ตลอดเวลา,ความบันเทิงของพวกเธอมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ คนที่ผลักดันพวกเธอให้ออกมาประท้วง ก็เป็นคนเดียวกับที่ยืนยันให้เพิ่มจำประชากรแบบเทียมๆ ขึ้นมาด้วยการรับผู้อพยพเข้ามา เพื่อเพิ่มความต้องการพลังงานการผลิตและการขนส่งยิ่งเรามีคนมากขึ้นเท่าไร ป่าและผืนป่าก็ยิ่งจะถูกถางทิ้งไป และสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งถูกทำลายลง

เอาอย่างนี้ไหม ... บอกครูของพวกเธอให้ปิดแอร์, เดินหรือปั่นจักรยานไปโรงเรียน, ปิดสมาร์ทโฟนของตัวเองแล้วอ่านหนังสือ, ทำอาหารเองแทนการซื้ออาหารจานด่วนที่ทำล่วงหน้า

แต่ไม่หรอก เรื่องพวกนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะพวกเธอเห็นแก่ตัว การศึกษาแย่ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ผู้ใหญ่ที่พวกเธอได้รับอิทธิพลที่อยู่รอบๆ ตัวเธอนั้นเป็นพวกที่ "อยากเป็นฮีโร่" ขณะที่พวกเขาดื่มด่ำกับความหรูหราแบบตะวันตก ตื่นเถอะ โตๆ กันซะที แล้วหุบปาก จนกว่าพวกเธอจะมั่นใจในข้อเท็จจริงก่อนจะประท้วงอะไร

ข้อความนี้ถูกแชร์โดยนักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม/เหยียดเชื้อชาติ/และไม่เชื่อปัญหาโลกร้อน เช่น พอลลีน แฮนสัน ผู้นำพรรค One Nation ของออเสตรเลียที่ขึ้นชื่อในเรื่องเหยียดเชื้อชาติ และบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาแฮนสันอ้างโจมตีว่า มุนษย์ไม่ใช่ตัวการของปัญหาโลกร้อน และพวกที่ประโคมเรื่องนี้พยายามสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน โดยในโพสต์ที่แฮนสันนำเสนอข้อเขียนนี้ มีผู้แชร์ถึง 16,000 แชร์ และเขียนไปเมื่อเดือนธันวาคม 2018 ในช่วงที่การชุมนุมของคนรุ่นใหม่กำลังเริ่มเดินเครื่องพอดี และล่าสุดมีผู้นำกลับมารีโพสตฺอีกรอบ และแพร่หลายใน่ชวงที่คนรุ่นใหม่แสดงพลังต่อต้านปัญหาโลกร้อนพอดี

คนรุ่นใหม่ไม่ยอมถูกโจมตีแต่ฝ่ายเดียว หลังจากที่ถูกแชร์ไปมีบางความเห็นตอบโต้อย่างรุนแรง โดยสำนักข่าว Daily Mail ได้แคปภาพจากหน้าจอผู้ใช้อินเทอร์เนตรายหนึ่งที่เขียนข้อความว่า "คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์โพสต์ไปโดนไม่รู้เรื่องว่าโลกเขาไปถึงไหนและโลกขับเคลื่อนอย่างไร" และร่ายยาวว่า

คนรุ่นคุณคิดว่าถ่านหินคืออนาคต, คนรุ่นคุณเอาแต่เลือกรัฐบาลที่ไม่ลงมือแก้ไขโลกร้อน การนำขยะกลับมาฝช้ใหม่ และมลภาวะ, คนรุ่นคุณยังคิดว่าการใช้อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตและการค้นหาออนไลน์เป็นเรืองแย่ เพราะคุณเข้าไม่ถึงพวกนี้

คนรุ่นคุณยังคิดว่าการใช้กระดาษเป็นเรื่องที่สุดยอดกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บข้อมูลได้, คนรุ่นคุณทำลายเศรษฐกิจ, คนรุ่นคุณทำลายโลก, ส่วนคนรุ่นพวกเราพยายามที่จะกอบกู้โลก

อ้างอิงจาก

'Switch off the air-con, walk to school, make a sandwich': Baby boomer blasts 'selfish' students for skipping class to protest against climate change. (23 September 2019). Daily Mail.