
นับถอยหลัง 'D CRAFT คลองหลวง' เช็กความพร้อมด่านคัดกรอง ยืนยันสิทธิบ้านชาวไทย
เตรียมเปิดลงทะเบียนยืนยันสิทธิบ้านชาวไทยและรับใบจองพร้อมกัน 3 สิงหาคมนี้ เดินหน้าเช็กความพร้อมคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ D:CRAFT คลองหลวง
ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ค่าครองชีพและราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความฝันในการอยากมี "บ้านสักหลัง" ของใครหลายคนกลายเป็นเรื่องไกลตัวมากขึ้นทุกวัน จนกระทั่งโครงการ "บ้านชาวไทย" จาก BTS Group ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดนี้ ด้วยการปรับราคาให้คนทั่วไปเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยถูกกว่าตลาดถึง 25-30%
ความคุ้มค่าด้านราคาทำให้เกิดกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะโครงการทำเลศักยภาพแห่งที่สองอย่าง "ดี:คราฟต์ คลองหลวง" (D:CRAFT Khlong Luang) ที่มีผู้สนใจจองสิทธิล้นโควตา 7,500 ยูนิต และปิดรับลงทะเบียนไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับท่านที่ได้รับ SMS หรืออีเมลยืนยันสิทธิแล้ว Posttoday ได้รวบรวม "เช็กลิสต์" และคู่มือเตรียมความพร้อมแบบเจาะลึก เพื่อเป็นแนวทางให้ว่าที่เจ้าของบ้าน "ดี:คราฟต์ คลองหลวง" สามารถจัดการกับทุกขั้นตอนที่เหลือได้อย่างราบรื่น
ถอดรหัสทำเลทอง ทำไมใครๆ ก็อยากได้ D:CRAFT คลองหลวง?
ก่อนจะพูดถึงเรื่องการเงิน เรามาดูศักยภาพของตัวโครงการกันก่อน D:CRAFT คลองหลวง พัฒนาโดยบีทีเอส เป็นโครงการคอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น (ไม่เกิน 60 อาคาร) ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ 115-120 ไร่ เชื่อมต่อระหว่างถนนเทพกุญชร 2 และถนนเลียบคลองหนึ่ง
ทำเลนี้ถือเป็นทำเลทองของโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เพราะตั้งอยู่ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสถาบัน AIT ทั้งยังรายล้อมด้วยแหล่งเศรษฐกิจสำคัญอย่างตลาดไทและตลาดไอยรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในไทย ทำเลศักยภาพแบบนี้จึงตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คณาจารย์ คนวัยทำงาน หรือผู้ประกอบการในย่านนั้น
กำหนดการยืนยันสิทธิ D:CRAFT คลองหลวง
เพื่อป้องกันการเก็งกำไรและกว้านซื้อใบจอง โครงการจึงใช้ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลให้สิทธิอย่างเด็ดขาดแบบ 1 บัตรประชาชน ต่อ 1 สิทธิ ดังนั้น เมื่อผู้จองบ้านชาวไทย D:CRAFT คลองหลวง ได้รับ SMS ยืนยันแล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อไปที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ "การยืนยันสิทธิและยื่นเอกสาร"
โครงการบ้านชาวไทยจะเริ่มเปิดให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์เข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนของแต่ละโครงการ โดยแบ่งแยกรูปแบบการดำเนินการอย่างชัดเจน ดังนี้
- โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: จะเข้าสู่ขั้นตอนการ "เซ็นใบจองสิทธิ" อย่างเป็นทางการ
- โครงการ D:CRAFT คลองหลวง: จะใช้วิธีดำเนินการผ่าน "กระบวนการจัดสรรสิทธิ" ให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดกรอง
โดยตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โครงการจะเปิดให้ผู้ที่ได้รับสิทธิในโครงการนำร่องทั้ง 2 แห่ง (D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง) เข้ามายื่นเอกสาร ณ จุดให้บริการหลัก 3 แห่ง ได้แก่
- อาคาร BTS Visionary Park
- สำนักงานขาย D:CODE ศรีนครินทร์
- สำนักงานขาย D:CRAFT คลองหลวง
*หากผู้ได้รับ SMS ไม่มาแสดงตนตามกำหนด โครงการจะถือว่า "สละสิทธิทันที" และระบบจะเรียกคิวสำรองขึ้นมาแทนที่โดยอัตโนมัติ*
หลังจากกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2569 โครงการจะเริ่มเดินหน้าก่อสร้างทันที โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง และมีกำหนดทยอยส่งมอบห้องชุดในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571
เช็กความพร้อมก่อนยื่น Pre-Approval กู้บ้านกับ ธอส.
แม้โครงการจะมีจุดเด่นตรงที่ "ไม่ต้องจอง ไม่ต้องดาวน์" และไม่ต้องผ่อนค่างวดใด ๆ ระหว่างก่อสร้าง แต่ผู้กู้ก็ยังต้องผ่านขั้นตอนการประเมินสินเชื่อเบื้องต้น (Pre-Approval) กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ผ่านก่อนอยู่ดี
เพื่อให้การยื่นกู้ผ่านฉลุย ควรเตรียมเอกสารสำคัญ 3 หมวดหลักให้พร้อมและถูกต้องที่สุด ดังนี้
- เอกสารตรวจสอบเครดิตบูโร (NCB) ให้นำ SMS ยืนยันสิทธิ์พร้อมบัตรประชาชนตัวจริงไปขอตรวจเครดิตบูโร ข้อควรระวังที่สำคัญมากคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ใส่ซองปิดผนึกเอกสารมาให้แล้ว ห้ามแกะซองเด็ดขาด หากพบว่าซองมีรอยเปิดหรือฉีกขาด ทาง ธอส. จะตีตกและปฏิเสธการรับเอกสารทันที เพื่อป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลทางการเงิน
- เอกสารแสดงรายได้ ธนาคารจะใช้ข้อมูลส่วนนี้เพื่อประเมินสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) โดยปกติแล้วภาระหนี้รวมทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้
- พนักงานประจำ: เตรียมสลิปเงินเดือนและสเตทเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน
- อาชีพอิสระหรือค้าขาย: เตรียมสเตทเมนต์ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือนเช่นกัน (หมายเหตุ: หากพิมพ์เอกสารออกมาจาก e-Statement จะต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า)
- เอกสารยืนยันตัวตน ใช้สำเนาบัตรประชาชน โดยถ่ายเอกสารเฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียว (ไม่ต้องถ่ายด้านหลัง) และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่าลืมขีดฆ่าข้อมูลศาสนาและหมู่เลือดออก พร้อมเซ็นชื่อกำกับให้เรียบร้อย
เตรียมความพร้อมเรื่อง 'ค่าใช้จ่ายแฝง' ในวันโอนกรรมสิทธิ์
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ถึง 7,500 ยูนิต แน่นอนว่าการดูแลพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และระบบรักษาความปลอดภัย ล้วนมีค่าบำรุงรักษา ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ทางนิติบุคคลจึงจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่าย 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- ค่าส่วนกลาง (Common Area Fee): ประมาณการที่ 35-40 บาท/ตร.ม./เดือน (โดยทั่วไปมักเรียกเก็บล่วงหน้า 1-2 ปี)
- เงินกองทุนส่วนกลาง (Sinking Fund): ชำระก้อนเดียวจบในวันโอนฯ ประมาณ 300-500 บาท/ตร.ม.
*ประมาณการเงินสดสำรองขั้นต่ำที่ควรเตรียมไว้ (คำนวณจากค่าส่วนกลางล่วงหน้า 1 ปี ที่เรต 40 บาท/ตร.ม. และเงินกองทุน 500 บาท/ตร.ม.)*
- ห้องชุดแบบ FRESHii (25.00 ตร.ม.) ค่าส่วนกลาง 12,000 บาท + เงินกองทุน 12,500 บาท = เตรียมเงินสำรองขั้นต่ำ 24,500 บาท
- ห้องชุดแบบ 1 Bedroom (30.00 ตร.ม.) ค่าส่วนกลาง 14,400 บาท + เงินกองทุน 15,000 บาท = เตรียมเงินสำรองขั้นต่ำ 29,400 บาท
- ห้องชุดแบบ 2 Bedroom (45.00 ตร.ม.) ค่าส่วนกลาง 21,600 บาท + เงินกองทุน 22,500 บาท = เตรียมเงินสำรองขั้นต่ำ 44,100 บาท
- ห้องชุดแบบ 3 Bedroom (60.00 ตร.ม.) ค่าส่วนกลาง 28,800 บาท + เงินกองทุน 30,000 บาท = เตรียมเงินสำรองขั้นต่ำ 58,800 บาท
นอกจากค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลแล้ว ยังต้องเตรียมเงินสดสำรองสำหรับ ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% (ส่วนใหญ่มักแบ่งจ่ายคนละครึ่งกับทางโครงการ) ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ และ ค่าประกันมิเตอร์น้ำ-ไฟ
เมื่อทราบถึงค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินและเก็บออมได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้วันรับมอบห้องเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวล
ปรากฏการณ์ยอดจองที่ถล่มทลายของโครงการ D:CRAFT คลองหลวง เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าคนไทยยังคงต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง ขอเพียงมีโครงการที่ตอบโจทย์และราคาจับต้องได้จริง
ดังนั้น หากรักษาวินัยทางการเงินให้ดีและเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วนตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป การได้ถือกุญแจเป็นเจ้าของ "บ้านชาวไทย" ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน







