
อนุทินกาง 7 แอ็กชันสางโกงสอบท้องถิ่น ย้ำเซนส์ถูกตั้งแต่ต้น จับตาขยายผล
นายกฯ กาง 7 แอ็กชันรับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น ตั้งแต่ย้ายผู้บริหาร สอบวินัยร้ายแรง ถึงเพิกถอนบัญชี 5,924 คน พร้อมย้ำเคยท้วงชะลอบรรจุ และเซนส์ตนถูกต้องมาแต่แรก
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทินแถลง 7 มาตรการแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น ครอบคลุมตั้งแต่การย้ายผู้บริหาร ตั้งกรรมการสอบสวน ไปจนถึงการประสานงานกับตำรวจและ ป.ป.ช.
- คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.สถ.) เตรียมยกเลิกบัญชีผู้สอบผ่าน 5,924 คน และจะมีการขยายผลสอบสวนเส้นทางการเงินเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
- นายกฯ ย้ำว่าตนเคยท้วงติงให้ชะลอการบรรจุตั้งแต่ต้น ซึ่งพิสูจน์ว่าการคาดการณ์ของตนถูกต้อง พร้อมยืนยันว่าจะติดตามการขยายผลคดีอย่างใกล้ชิด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการหลายด้านเพื่อคลี่คลายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่การโยกย้ายผู้บริหาร ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ไปจนถึงการประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อขยายผลถึงเส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้อง
นายอนุทินกล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยย้อนถามว่า ผู้ตั้งคำถามได้ติดตามข่าวสารหรือไม่ เพราะขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมี “แอ็กชัน” เกิดขึ้นแล้วหลายด้าน
นายกรัฐมนตรีสรุปการดำเนินการสำคัญไว้ 7 ประการ ได้แก่
- โยกย้ายผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบดำเนินไปอย่างเต็มที่
- มอบหมายรองปลัดกระทรวงมหาดไทยสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพบความผิดปกติว่า คะแนนในประกาศผลสอบไม่ตรงกับคะแนนในกระดาษคำตอบ
- ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับบุคคลที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
- แต่งตั้งนายปกรณ์เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีหน่วยงานหลายฝ่ายร่วมดำเนินการ
- ให้ความร่วมมือกับตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในการออกหมายเรียก หมายจับ และติดตามจับกุมผู้ถูกกล่าวหา โดยบางรายยังไม่ได้รับการประกันตัวและอยู่ระหว่างดำเนินคดี
- คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.สถ. เตรียมยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันจำนวน 5,924 คน ก่อนส่งข้อมูลให้จังหวัดดำเนินการตามกฎหมาย
- ขยายผลการสอบสวนไปยังเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงระหว่างผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกและหมายจับเพิ่มเติม
“มีทั้งการออกหมายเรียก ออกหมายจับ พบเส้นเงินและความเชื่อมโยง แล้วแบบนี้ทำไมถึงบอกว่าไม่ทำอะไร” นายอนุทินกล่าว
ย้ำเคยท้วงให้ชะลอบรรจุ
สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยท้วงติงให้ชะลอการบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น แต่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นยังเดินหน้าตามมติเดิม นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวผ่านไปแล้ว และยอมรับว่าคณะกรรมการมีอำนาจใช้ดุลพินิจและออกมติได้ด้วยตนเอง
นายอนุทินยืนยันว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการในขณะนั้นไม่ถือเป็นการขัดนโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพราะเป็นการใช้อำนาจตามหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงและความผิดปกติมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องกลับไปทบทวนการดำเนินการ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ก.สถ. ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายฝ่าย ทั้งบุคลากรในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ จึงต้องรับผิดชอบต่อดุลพินิจและมติที่แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วม
“สุดท้ายก็เป็นไปตามที่ผมท้วงติงไว้ ซึ่งแสดงว่าเซนส์ของผมถูก แต่พวกเขาก็ใช้ดุลพินิจ ไม่เกี่ยวกับผม พอไม่สนแล้วเกิดอะไรขึ้น ก็บอกแล้วว่าให้เชื่อนายกรัฐมนตรีดีกว่า” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถูกถามว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่อันตรายหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง เพราะในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้แสดงความเห็นตั้งแต่ต้นแล้วว่า กระบวนการดังกล่าวอาจมีความผิดปกติ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ข้าราชการประจำในกระทรวงมหาดไทยจำนวน 6 คนที่เป็นกรรมการ ก.สถ. ต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบอย่างเต็มที่
ยกเลิกบัญชีไม่ใช่จุดสิ้นสุด
ส่วนคำถามว่า การยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันจำนวน 5,924 คนถือว่าเพียงพอหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การพิจารณายกเลิกบัญชีเป็นการดำเนินการในส่วนของ ก.สถ. ตามอำนาจหน้าที่ ขณะที่การเอาผิดทางอาญาและวินัยยังมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ
ทั้งตำรวจ ป.ป.ช. และคณะทำงานของนายปกรณ์ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงของบุคคลในขบวนการ นายอนุทินจึงเชื่อว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่สามารถหลุดพ้นจากกระบวนการตรวจสอบได้
“มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมตรวจสอบ ดังนั้นไม่มีทางที่จะหลุดออกไปได้เลย” นายกรัฐมนตรีกล่าว







