ไฟโหมป่าอเมซอนบราซิลครั้งใหญ่เห็นถึงอวกาศ

  • วันที่ 21 ส.ค. 2562 เวลา 15:38 น.

ไฟโหมป่าอเมซอนบราซิลครั้งใหญ่เห็นถึงอวกาศ

ป่าอเมซอนของบราซิลเจอไฟป่าโหมหนักนับสัปดาห์ ก่อให้เกิดควันไฟกลุ่มใหญ่จนมองเห็นได้จากอวกาศ ทั้งยังปกคลุมเซาเปาโลมืดมิดไม่ต่างจากตอนกลางคืน

สถาบันวิจัยอวกาศแห่ชาติของบราซิล (INPE) เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. เกิดไฟป่าในแถบป่าอเมซอนแล้วกว่า 72,843 ครั้ง เพิ่มขึ้น 83% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติเมื่อ 6 ปีก่อน และหากนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว เกิดไฟป่าถึง 9,500 ครั้ง

 

ขณะที่ภาพถ่ายทางดาวเทียมขององค์การนาซาเผยให้เห็นกลุ่มควันไฟกลุ่มใหญ่ปกคลุมรัฐโรไรมาทางตอนเหนือสุดของประเทศ และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระแสลมได้พัดพาควันไฟป่าจากรัฐอามาโซนาสและรอนโดเนียมาถึงเมืองเซาเปาโลซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 2,700 กิโลเมตร จนท้องฟ้าทั้งเมืองมืดมิดทั้งที่เป็นตอนกลางวัน โดยควันไฟป่าปกคลุมท้องฟ้าเมืองเซาเปาโลอยู่ราว 1 ชั่วโมง ด้านผู้คนในเมืองพากันแชร์ภาพท้องฟ้าในเวลาดังกล่าวเต็มโลกโซเชียล ส่งผลให้แฮชแท็ก #PrayforAmazonia ติดอันดับยอดนิยมในโซเชียลมีเดีย

 

เบื้องต้นทางการบราซิลยังไม่ทราบต้นเหตุของไฟป่าครั้งใหญ่นี้ ทว่า ประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนารู อ้างว่าเกิดจากการเผาป่าเพื่อทำไร่

การเพิ่มขึ้นของไฟป่าอเมซอนเกิดขึ้นท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประธานาธิบดีโบลโซนารู โดยนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าพื้นที่ป่าอเมซอนก็หายไปอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโบลโซนารูรับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้นำรายนี้เน้นนโยบายการพัฒนามากกว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งยังหนุนให้เกษตรกรโค่นป่าเพื่อทำไร่ ทั้งที่ผู้นำคนก่อนๆ พยายามลดการตัดไม้ทำลายป่าทั้งโดยการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและการปรับผู้ฝ่าฝืน

มนุษย์ทำให้ไฟป่าเลวร้ายขึ้นในระบบนิเวศทั่วไปนั้น ไฟป่าถือเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติและจำเป็นสำหรับป่า ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเคลียร์กิ่งไม้ที่ตายแล้ว การคืนสารอาหารลงสู่ดิน หรือช่วยให้พืชพันธุ์แตกหน่อ แต่ในช่วงไม่กี่ปีนี้มนุษย์ทำให้ความเสียหายจากไฟป่ารุนแรงขึ้น การยับยั้งไฟป่าทำให้กิ่งไม้ใบหญ้าแห้งตายสะสมมากขึ้น กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้พื้นที่ป่าสะสมความร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

ทว่า ในป่าอเมซอนไฟป่าไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เกษตรกรชาวบราซิลมักจะเผาป่าเพื่อเปิดพื้นที่ทำไร่ทั้งๆ ที่บราซิลมีกฎหมายห้ามเผาป่าในฤดูแล้ง รวมทั้งการเผาไล่ที่ชนเผ่าพื้นเมืองของนายทุนที่ลักลอบตัดไม้

ปัจจุบันนี้ป่าไม้ของบราซิลหายไปราว 15% และนักวิทยาศาสตร์ยังกังวลว่าหากป่าหายไป 25% ป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดของโลกผืนนี้จะไม่มีป่าไม้สร้างวัฏจักรของน้ำ และในที่สุดป่าที่เคยหนาแน่นจะกลายเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาร้อนๆ และการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก เนื่องจากป่าอเมซอนเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนแหล่งใหญ่ ทั้งยังช่วยดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกหนึ่งในตัวการของภาวะโลกร้อนเป็นพันล้านตัน

ข่าวอื่นๆ