มหากาพย์เชือดไอดอล "K-POP" เขย่าสังคมเกาหลีใต้

วันที่ 17 มี.ค. 2562 เวลา 16:51 น.
มหากาพย์เชือดไอดอล "K-POP" เขย่าสังคมเกาหลีใต้
การเปิดโปงกรณีสุดอื้อฉาวของนักร้องและไอดอลบอยแบนด์กลายเป็นการกระชากหน้ากากครั้งใหญ่ของวงการเคป๊อป

**************************

โดย...จุฑามาศ เนาวรัตน์

เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่ผ่านมา ศิลปินบอยแบนด์วง บีทีเอส (BTS) ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ในฐานะบอยแบนด์วงแรกของเกาหลีใต้ ที่ได้ก้าวขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีที่ประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ ซึ่งนั่นได้กลายเป็นตัวสะท้อนที่ชัดเจนว่า ศิลปิน “เคป๊อป” นั้นมีอิทธิพลโดยเฉพาะต่อคนรุ่นใหม่อย่างมหาศาล

ทว่าเพียงไม่ถึงครึ่งปีต่อมา ภาพลักษณ์ของวงการเคป๊อปกลับดิ่งเหวลงแบบพลิกผัน เมื่อสื่อเกาหลีใต้ได้เปิดโปงกรณีสุดอื้อฉาวของบรรดานักร้องและไอดอลบอยแบนด์ที่อาจเกี่ยวข้องกับ “การค้าประเวณี ยาเสพติด และคลิปเซ็กซ์แอบถ่าย” จนอาจกลายเป็นการกระชากหน้ากากครั้งใหญ่ของวงการเคป๊อปนับแต่นี้

อีซึงฮยอน หรือ “ซึงรี” สมาชิกจากวงบิ๊กแบง (BIGBANG) คือไอดอลรายแรกที่ประกาศลาออกจากวงการบันเทิงฟ้าแลบ จากการถูกเปิดโปงในครั้งนี้ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นนายหน้าจัดหาผู้หญิงไปค้าบริการทางเพศให้แก่นักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกรณีคลับ “เบิร์นนิง ซัน” (Burning Sun) ที่ซึงรีเคยเป็นผู้บริหาร ต้องสงสัยว่ามีการใช้ยาเสพติดและยาเสียสาว

เรื่องราวของซึงรีที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นนับว่าสร้างความตกตะลึงจนไปถึงขั้น “ช็อก” ให้กับแฟนคลับเคป๊อปทั่วโลก เพราะบิ๊กแบงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบอยแบนด์ระดับตำนานแดนกิมจิ โดยฟอร์บส์ ระบุว่า วงบิ๊กแบงสามารถสร้างรายได้มหาศาลถึง 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,395 ล้านบาท) ในปี 2016

วงการบันเทิงต้องเผชิญกับ “อาฟเตอร์ช็อก” อีกระลอกทันที เมื่อสถานีโทรทัศน์ต้นเรื่อง SBS เดินหน้าแฉต่อเนื่องว่า ไอดอลเกาหลีตัวท็อปบางคนได้อยู่ใน “กลุ่มแชตลับแชร์คลิปแอบถ่ายการมีเพศสัมพันธ์” ของตัวเองกับหญิงสาวหลายราย ซึ่งสิ่งที่น่าสลดใจอย่างยิ่งคือ ผู้หญิงในคลิปบางรายถูกมอมเหล้า มอมยา หรือถูก “ข่มขืน”

“จองจุนยอง” นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังคือคนดังรายแรกที่ถูกแฉว่ามีเอี่ยวกับกลุ่มแชตลับสุดฉาวนี้ และได้รับสารภาพแล้วว่าเป็นคนที่แอบถ่าย อัพโหลด และแชร์คลิปลงไปในกลุ่มแชตจริง โดยสื่อรายงานว่าในตอนนี้มีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อแล้วอย่างน้อย 10 ราย ซึ่งนอกเหนือจากจองจุนยองแล้วนั้น ซึงรีก็เป็นอีกหนึ่งในไอดอลที่อยู่ในกลุ่มแชตดังกล่าวเช่นกัน

นับตั้งแต่กลุ่มแชตสุดอื้อฉาวถูกขุดคุ้ยขึ้นมา จนถึงตอนนี้มีไอดอลถูกแฉว่ามีเอี่ยวกับกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ ชเวจงฮุน จากวง FT Island ยงจุนฮยอน จากวง Highlight และ อีจงฮยอน จากวง CNBLUE ซึ่งแม้ทั้งหมดนี้จะยังไม่อะไรบ่งชี้ว่าร่วมกระทำผิดกฎหมายด้วย แต่ 2 รายแรกก็ทนกระแสกดดันไม่ไหวและประกาศออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว

“คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ชายเหล่านี้ปฏิบัติต่อผู้หญิงไม่ต่างกับการเป็นแค่สินค้าหรือวัตถุทางเพศ” ชเวจีอึน อดีตนักข่าวและนักวิจารณ์ป๊อปคัลเจอร์เกาหลีใต้ กล่าว

ซ้ำเติมปัญหาแอบถ่าย

การเปิดโปงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเด็นเรื่องการแอบถ่าย หรือ “โมลกา” (Molka) เพิ่งเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมเกาหลีใต้ จนทำให้ผู้หญิงหลายหมื่นรายออกมาประท้วงกลางกรุงโซลเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหว #Metoo รณรงค์ยุติการล่วงละเมิดทางเพศทั่วโลก

จากข้อมูลของกรมตำรวจของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาคดีที่เกี่ยวข้องกับการแอบถ่ายนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอยู่ที่ 6,500 คดี ในปี 2017 จาก 1,345 คดี ในปี 2010 และมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับในข้อหาแอบถ่ายระหว่างปี 2012-2017 มากถึง 1.62 หมื่นคน จนทำให้ มุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ถึงกับออกมายอมรับว่า การซ่อนกล้องแอบถ่ายนั้นเกิดขึ้นบ่อยจนกลายเป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน” ของชาวเกาหลีไปแล้ว

ฮันซล นักกิจกรรมจากองค์กรเฟลมมิง เฟมินิสต์ แอ็กชั่น ระบุว่า การดูและแชร์คลิปแอบถ่ายนั้นเป็นเรื่องที่มีมานานแล้วในสังคมเกาหลีใต้ เพราะผู้ชายชาวเกาหลีใต้มีมุมมองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นรูปแบบของความบันเทิงชนิดหนึ่ง และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

“กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ไอดอลชายเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นของความจริงอันน่าอัปยศเช่นนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ต่างอะไรกับการใช้ประโยชน์จากผู้หญิง” เบบ๊อกจู นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี กล่าว

ผู้หญิง : เหยื่อของวงการ

อย่างไรก็ดี เรื่องอื้อฉาวในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวงการบันเทิงเกาหลีเป็นครั้งแรก แต่เคยมีการเปิดเผยกรณีด้านมืดมาแล้วหลายครั้ง และส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เป็น “ผู้หญิง” หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2009 เมื่อ “จางจายอน” ดาราสาวจากซีรี่ส์ชื่อดัง “Boys Over Flowers” หรือ F4 เวอร์ชั่นเกาหลีใต้ ได้ตัดสินใจปลิดชีวิตของตัวเองลง หลังต้องทนทุกข์ทรมานจากการที่ต้นสังกัดบีบบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับผู้อำนวยการผลิตซีรี่ส์และผู้มีอิทธิพลถึง 31 คน รวมกว่า 100 ครั้ง เป็นเวลาหลายปี

อีกเหตุการณ์ที่น่าสลดใจไม่แพ้กันคือ คดีของจางซอกอู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของค่ายเพลงเวิลด์ เอนเทอร์เทนเมนต์ ที่ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศไอดอลฝึกหัดของค่ายมากกว่า 20 ราย ในปี 2012 โดยจางได้วางยาและข่มขืนไอดอลฝึกหัดมาตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งบางครั้งก็มีไอดอลชายเข้ามามีส่วนร่วมด้วย แต่โทษที่จางได้รับคือการจำคุกเพียงแค่ 6 ปี

เตรียมถอนรากถอนโคน

SBS รายงานว่า หลักฐานจากการแชตเมื่อปี 2016 ระหว่างซึงรี จองจุนยอง และเหล่าไอดอลที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การกระทำความผิดของคนกลุ่มนี้น่าจะมีตำรวจระดับสูงคอยเป็นแบ็กเคลียร์ปัญหาหรือทำให้พ้นผิดอยู่เรื่อยๆ

มินกัปรยอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของเกาหลีใต้ ได้สั่งตั้งทีมเฉพาะกิจระดมเจ้าหน้าที่ 126 คน เพื่อสืบสวนกรณีอื้อฉาวครั้งนี้โดยเฉพาะ พร้อมประกาศกร้าวว่าจะเร่งหาตัวตำรวจยศใหญ่ที่เป็นแบ็กกับไอดอลเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด และจะไม่หยุดอยู่แค่การสอบสวนเรื่องซึงรี หรือคลับของซึงรีในย่านกังนัมเท่านั้น แต่จะเดินหน้าขจัดเรื่องผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การกระทำรุนแรงทางเพศ และการแอบถ่ายให้หมดไปจากรากเหง้าของสังคมเกาหลีใต้

ภาพ เอเอฟพี