เปิดเรื่องราวอีกมุมเหตุ "โจ๋สหรัฐ" เผชิญหน้าอินเดียนแดง

  • วันที่ 21 ม.ค. 2562 เวลา 15:20 น.

เปิดเรื่องราวอีกมุมเหตุ "โจ๋สหรัฐ" เผชิญหน้าอินเดียนแดง

เผยเรื่องราวอีกมุมของเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มนักเรียนสหรัฐกับชาวพื้นเมือง ที่ยังเป้นข้อถกเถียงว่าใครถูก-ใครผิด

ข่าวใหญ่ไวรัลที่สุดของเมื่อวันที่ 20 ม.ค.62 คงจะไม่พ้นกรณีที่นักเรียนของ ร.ร.โควิงตัน คาทอลิก เผชิญหน้าและถูกกล่าวหาว่าล้อเลียนชายชาวพื้นเมืองอเมริกัน (อินเดียนแดง) และอดีตทหารผ่านศึกเวียดนาม ที่ชื่อ เนธาน ฟิลลิปส์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อผู้อาวุโส อีกทั้งนักเรียนกลุ่มดังกล่าวยังสวมหมวกที่พิมพ์คำว่า Make America Great Again ทำให้ยิ่งถูกมองว่า มีพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติ และสนับสนุนนโยบายกดขี่ชนกลุ่มน้อยของ โดนัลด์ ทรัมป์

จากเหตุการณ์ในคลิปจะเห็นว่า ผู้อาวุโสชาวพื้นเมืองอเมริกัน ยืนตีกลองร้องเพลงในภาษาของเขาอย่างใจเย็น ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนที่แหกปากตะโกนร้องเพลง (ทราบในภายหลังว่าเป็นเพลงประจำสถาบัน) และมีนักเรียนบางคนเดินมาวนเวียนทำท่าล้อเลียนเนธาน ฟิลลิปส์ รวมถึงรายหนึ่งที่ยืนยิ้มประจันหน้าอีกฝ่าย เหมือนกำลังล้อเลียน

ในภายหลัง ผู้อาวุโสชาวอินเดียนแดงกล่าวทั้งน้ำตาว่า รับไม่ได้ที่เด็กๆ ร้องตะโกนว่า “สร้างกำแพงๆ” ในแผ่นดินบรรพบุรุษของชนพื้นเมือง

ภาพที่ออกไปสร้างความขุ่นเคืองให้ชาวอเมริกันและชาวโลกอย่างมาก และกรณีนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างรวดเร็ว เพราะนักเรียนสวมหมวกที่มีข้อความสนับสนุนทรัมป์ เมื่อสถานการณ์คุกรุ่น อนาคตของนักเรียนตกอยู่ในความเสี่ยงในทันที เพราะอาจารย์ใหญ่และมุขมณฑลของโควิงตัน ประกาศจะดำเนินการสอบสวนและหากพบว่ามีความผิดอาจมีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดกระแสโจมตีเด็กๆ ของโรงเรียนโควิงตันได้ไม่นาน เริ่มมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอในแง่มุมใหม่ รวมถึงคำบอกเล่าที่ต่างออกไป จากคลิปจำนวนหนึ่งพบว่า เด็กๆ กำลังยืนร้องเพลงกันอยู่แล้ว (มีผู้แจ้งว่า เด็กๆ กำลังยืนรอรถบัสหลังเข้าร่วมการเดินขบวนแสดงพลังต่อต้านการทำแท้ง)

ขณะนั้นมีกลุ่มคนแอฟริกัน-อเมริกันที่ยืนประท้วงตรงกันข้ามกับกลุ่มนักเรียน คาดว่าเป็นกลุ่ม Black Hebrew Israelites พยานอ้างว่าคนกลุ่มดังกล่าวพยายามยั่วยุนักเรียน แต่นักเรียนยังคงพร้องเพลงต่อไป จนกระทั่งผู้อาวุโสชาวอินเดียนแดงเดินดุ่มตรงเข้ามายังกลุ่มเด็กๆ พร้อมกับตีกลองร้องเพลง ทั้งสองฝ่ายจึงเผชิญหน้ากันแบบเบาๆ แล้วแยกย้ายกันไป โดยไม่มีการลงมือหรือแตะต้องตัวกัน

แม้จะมีการเปิดเผยอีกแง่มุมของเหตุการณ์แล้ว แต่สาธารณชนก็ยังถกเถียงเรื่องนี้กันอย่างเผ็ดร้อน ว่าใครถูกใครผิด และความเหมาะสมของพฤติกรรม

ที่มา www.m2fnews.com

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ