
คลังคงสิทธิ์บัตรคนจนถึงสิ้น ก.ย. รอผลอุทธรณ์-จ่อเช็กบิลสวมสิทธิ์
รัฐบาลคงสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมถึงสิ้นกันยายน 2569 ระหว่างรอผลอุทธรณ์ พร้อมตรวจย้อนหลังกลุ่มสวมสิทธิ์และบัญชีม้า
KEY
POINTS
- รัฐบาลขยายสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมต่อไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 เพื่อรอผลการพิจารณาอุทธรณ์รอบใหม่
- กระทรวงการคลังเตรียมตรวจสอบย้อนหลังผู้ที่สวมรอยใช้สิทธิ์ หรือนำข้อมูลประชาชนไปหาประโยชน์โดยมิชอบ เช่น เปิดบัญชีม้า
- มีการทบทวนเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ในประเด็นการถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น
รัฐบาลยืนยันคงสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมต่อไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบระหว่างรอกระบวนการตรวจสอบและพิจารณาอุทธรณ์ผลการลงทะเบียนรอบใหม่ พร้อมเตรียมตรวจสอบย้อนหลังผู้ที่สวมสิทธิ์หรือใช้ข้อมูลประชาชนไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมจะยังได้รับสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับต่อเนื่องไปก่อน จนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์และทบทวนคุณสมบัติจะแล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการช่วยเหลือประชาชน
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ์ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การถือครองรถยนต์ การถือครองรถจักรยานยนต์ และคุณสมบัติของกลุ่มนักศึกษานอกระบบ หลังพบว่าฐานข้อมูลบางส่วนไม่เป็นปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนบางรายไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งที่มีฐานะเข้าเงื่อนไขรับความช่วยเหลือ
ตัวอย่างปัญหาที่พบคือ ระบบระบุว่าผู้ลงทะเบียนถือครองรถยนต์ 2 คัน แต่รถบางคันเป็นรถเก่าที่เลิกใช้งานหรือไม่ได้อยู่ในความครอบครองจริงแล้ว รัฐบาลจึงต้องทบทวนข้อมูลและปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากขึ้น
ปัจจุบันมีผู้ผ่านเกณฑ์รับสิทธิ์แล้วมากกว่า 9 ล้านคน และมีประชาชนได้รับสิทธิ์กลับคืนจากการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลใหม่ประมาณ 2.3 ล้านคน โดยรัฐบาลไม่ได้กำหนดว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ต้องอยู่ที่ 13 ล้านคนเหมือนที่ผ่านมา แต่จะยึดผลการตรวจสอบคุณสมบัติและการอุทธรณ์เป็นหลัก
นายภราดรกล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการอุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะตรวจสอบย้อนหลังกลุ่มที่อาจสวมสิทธิ์ โดยเฉพาะกรณีนำชื่อประชาชนไปจดทะเบียนเป็นกรรมการบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือแจ้งเป็นลูกจ้างเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี ทั้งที่บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจริง
รัฐบาลย้ำว่า งบประมาณและจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ใช่อุปสรรค หากเป็นประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและผ่านเกณฑ์อย่างแท้จริง รัฐพร้อมจัดสรรงบประมาณดูแล แต่ต้องสร้างความเป็นธรรมในระบบและคัดกรองผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติออกจากโครงการ







