posttoday
เจาะสินค้าไทย 'รอดภาษี' มาตรา 301 หลังสหรัฐฯ สั่งเก็บ 12.5%

เจาะสินค้าไทย 'รอดภาษี' มาตรา 301 หลังสหรัฐฯ สั่งเก็บ 12.5%

24 กรกฎาคม 2569

สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีสินค้าไทย 12.5% เริ่ม 24 ก.ค. 2026 เหตุล้มเหลวแก้ปมแรงงานบังคับ แต่ยังเปิดช่องยกเว้นสินค้าบางกลุ่มเพื่อรักษาซัพพลายเชนสำคัญ

ในสมรภูมิการค้าโลกปัจจุบัน มาตรา 301 (Section 301) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือปกป้องตลาด แต่คือ "ไม้เรียว" ที่สหรัฐฯ ใช้กดดันคู่ค้าให้ปฏิรูปนโยบายภายใน ล่าสุดผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ตัดสินใจดำเนินการตามข้อเสนอของประธานาธิบดี โดยระบุว่าประเทศไทยมีความผิดฐาน "ความล้มเหลวในการกำหนดข้อห้ามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ"

 

การจัดกลุ่มไทยไว้ในพิกัดภาษี 12.5% แทนที่จะเป็น 10% เหมือนเพื่อนบ้านบางประเทศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ และที่สำคัญกว่านั้นคือ "ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์" ในสายตาคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับ ESG และสิทธิมนุษยชน มาตรการนี้จึงเป็นแรงบีบให้ไทยต้องเลือกระหว่างการยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้น หรือการเร่งปฏิรูปกฎหมายแรงงานให้ได้มาตรฐานตามที่วอชิงตันกำหนด

 

อาศัยอำนาจตามมาตรา 301(b) และ 304(a) สหรัฐฯ ได้ประกาศจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม (Additional Duty) จากอัตราภาษีปกติ (MFN) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ยังมีกฎการขนส่ง (Vessel Transit) ที่ผ่อนปรนให้สินค้าที่โหลดขึ้นเรือก่อนกำหนดการดังกล่าว และนำเข้าก่อนวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 จะได้รับการยกเว้น

 

เจาะลึกรายการสินค้าไทยที่ได้รับยกเว้น (Annex I)

 

แม้กำแพงภาษีจะสูงขึ้น แต่ USTR ยังคงรายการสินค้าที่ได้รับยกเว้น (Exemptions) เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นกลุ่มสำคัญดังนี้:

 

-กลุ่มวัตถุดิบขาดแคลน: ยางธรรมชาติ (HS 4001), วานาเดียมออกไซด์และไฮดรอกไซด์, เหล็กพิกไอออน (Pig Iron), เศษโลหะ และแร่อะลูมิเนียม

 

-กลุ่มความมั่นคงและเทคโนโลยี: ส่วนประกอบและเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินพลเรือน, อุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor manufacturing equipment), สารเคมีและผลิตภัณฑ์เคมี (จำกัดเฉพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาและเภสัชกรรมเท่านั้น หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นจะไม่ได้รับการยกเว้น)

 

-กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและวัฒนธรรม: กาแฟสำเร็จรูปไม่ปรุงแต่ง (Unflavored instant coffee), เครื่องแต่งกายมือสอง (Worn clothing), งานศิลปะ และโบราณวัตถุ (Art & Antiques)

 

เหตุผล 4 ประการที่สหรัฐฯ ใช้พิจารณายกเว้นภาษี:

-เป็นวัตถุดิบที่หาไม่ได้จากแหล่งผลิตในสหรัฐฯ

-การเก็บภาษีจะทำให้เกิดการหยุดชะงักของเศรษฐกิจในวงกว้าง (Economy-wide disruptions)

-ไม่สามารถจัดหาในปริมาณที่เพียงพอหรือราคาที่เหมาะสมจากแหล่งอื่นได้

-การเก็บภาษีไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายในประเทศนั้นๆ

 

รายละเอียดกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้น

 

ไทยต้องเร่งเจรจาและปรับตัวก่อนจะเสียเปรียบเพื่อนบ้าน

 

มาตรการนี้คือการใช้ "ภาษี" เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายสังคม (Social Policy Tool) อย่างชัดเจน ต้นทุนส่วนต่าง 2.5% ที่ไทยเสียเปรียบมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย คือ "ค่าเสียโอกาส" ที่ไทยต้องแบกรับจากการล่าช้าในการทำข้อตกลง ART หรือการปรับปรุงกฎหมายแรงงานในประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยไม่ควรมองแค่รายการสินค้าที่รอดพ้นภาษีในวันนี้ แต่ต้องเร่งผลักดันให้ภาครัฐทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปลดล็อกพันธนาการทางภาษีและสร้างความยั่งยืนให้แก่สินค้าไทยในระยะยาว  

ข่าวล่าสุด

CKPower คว้า 2 รางวัล AREA Awards ปีที่ 5 ชูโครงการ “หิ่งห้อย” ขยายพลังงานหมุนเวียนสู่ชุมชน

CKPower คว้า 2 รางวัล AREA Awards ปีที่ 5 ชูโครงการ “หิ่งห้อย” ขยายพลังงานหมุนเวียนสู่ชุมชน