posttoday
เลือกตั้ง66:มาดามเดียร์ แสดงวิสัยทัศน์ ปฏิรูปการศึกษา

เลือกตั้ง66:มาดามเดียร์ แสดงวิสัยทัศน์ ปฏิรูปการศึกษา

25 เมษายน 2566

มาดามเดียร์ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงวิสัยทัศน์ แนวทางพัฒนาการศึกษา ชี้ ลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ เผย การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เห็นด้วยใช้แบบเรียนครอบงำเด็ก ควรทำให้เด็กกล้าคิด กรณ์ ชาติพัฒนากล้า เสนอแนะ ให้เด็กไทยเรียนรู้ 3 ภาษา

เวลา19.45น. วันที่ 25เม.ย. ที่รอยัล พารากอนฮอล สำนักข่าว The Standard จัดเวทีดีเบต เลือกตั้ง66 END GAME เกมที่แพ้ไม่ได้ มีตัวแทนจาก10พรรคการเมือง เข้าร่วมเวทีดีเบต  โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคการเมืองมาร่วมเวที ประกอบด้วย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย นส.วทันยา บุนนาค พรรคประชาธิปัตย์ นายวิทยา แก้วภราดรัย พรรครวมไทยสร้างชาติ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พรรคพลังประชารัฐ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคชาติพัฒนากล้า นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช พรรคเพื่อไทย 

ในช่วงที่2 The Grand Battle ดวลวิสัยทัศน์ตัวต่อตัว ในคำถาม จากดราม่าแบบเรียนภาษาไทย ภาษาพาทีชั้นป.5 กรณีกินไข่ต้ม สะท้อนความพอเพียง และ ดญ.ใบพลู ซื้อข้าวมันไก่ อยากได้ ไปขอน้ำปลาจากร้านข้าวแกง แต่แม่ค้าไม่เต็มใจให้ ที่ต้องการสอนความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน คำถามคือ ตรรกะในแบบนี้ถูกต้อง สมควรหรือไม่ ปลูกฝังให้เยาวชน และหลักสูตรทางการศึกษาของไทย ควรเป็นอย่างไร 

นายวิทยากล่าวว่า แบบเรียนที่พูดถึงในเด็กป.5 กรณีไข่ต้ม คงพยายามสื่อสาร ในเรื่องความลำบาก เด็กกำพร้าถูกนำไปเลี้ยงครอบครัวที่ยากจน ใช้ชีวิตลำบาก ไปโรงเรียนเจอเพื่อนใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ และเพื่อนชวนเด็กคนนั้นมาที่บ้าน ชวนกันเล่นอย่างสนุกสนาน ข้าวที่กินคือ ไข่ต้มใบหนึ่ง พอกินข้าวในขณะเหนื่อยมากๆ ก็เอร็ดอร่อย กำลังสื่อสารถึงการมีน้ำใจ เผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ส่วนกรณีเด็กหญิงใบพลู ตนยังไม่ได้ติดตาม คงเป็นการสะท้อนเรื่องเดียวกัน ช่วงหลังต้องยอมรับ คนเราใจจืดใจดำ เอื้อเฟื้อ ให้อภัยกัน น้อยกว่าการปะทะ เอาชนะกัน นักท่องเที่ยวมาเมืองไทย อยากเห็นรอยยิ้มคนไทย เขาอยากเห็น แต่เราพร้อมหน้าบึ้งใส่กัน บทเรียนระดับประถม การปลูกฝัง วัฒนธรรม ประเพณีดีงามเป็นสิ่งจำเป็น

นส.วทันยากล่าวว่า ปัญหาแบบเรียนนี้ กำลังจะบอกเรา ใช้แบบเรียนวิชาการไปครอบงำความคิด เยาวชนคนไทย เราไม่ควรสอนเด็ก เยาวชนว่า คำตอบที่ถูกต้องมีแบบเดียว ต้องฝึกให้เด็กกล้าที่คิด ใช้เหตุผละผลในการตัดสินใจ ต้องยอมรับ การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด แบบเรียนนั้นต้องสอนเด็ก โดยจะสอนเด็กอย่างไร ให้รู้ว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพูดถึงการพัฒนาการศึกษาของประเทศ และคุณภาพ เคยถามเด็ก บางครั้งครูไม่ได้สอน เขาก็กังวลว่า จะได้รับความรู้เหมือนกับเด็กที่เรียนโรงเรียนดีกว่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องคิด จะฝึกทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำระบบการศึกษาได้อย่างไร 

จากนั้นนายกรณ์ ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ทุกครั้งมีการเลือกตั้ง เรื่องการศึกษามีการพูดถึงน้อยมาก ข้อเท็จจริงต้องพูด นโยบายการศึกษา ไม่อาจทำให้เราชนะเลือกตั้งได้ เราเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาบ่อยมาก เฉลี่ยปีละ1ท่าน เราต้องมุ่งเป้าหมายที่ต้องการ ปฏิรูปแล้ว นักเรียนไทยจะได้อะไรจากการศึกษา แน่นอนชัดเจน เด็กทุกคนต้องพูดได้ 3 ภาษา

นายวิทยากล่าวว่า สิ่งที่สอนในภาษาไทย อย่างน้อยสอนให้เด็กมีน้ำใจ เสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หลายครั้งเราบ่น เด็กรุ่นหลังทำไมไม่เรียนประวัติศาสตร์ไทย และภาษาไทยก็จำเป็น ไม่ได้ห้ามจะต้องเรียนอย่างอื่น ภาษาไทย กำลังสอนบางสิ่งบางอย่างทั้งความพอเพียง การมีน้ำใจ

นส.วทันยากล่าวในตอนท้ายว่า ที่พูดกันในเรื่องแบบเรียน จริงๆไม่ได้มีข้อขัดแย้ง ไม่ว่าจะสอนเด็กด้วยเนื้อหาอะไร เราชวนกันตั้งคำถาม นอกจากแบบเรียนที่เราพยายามเนื้อหาทางวิชาการ ให้เด็กรู้คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว ทำไมรูปแบบการศึกษาไม่กลับหัว กลับหางใหม่ โดยให้เอาเด็กเป็นตัวตั้ง ฝึกเด็ก กล้าอภิปราย กล้าถก คิดต่างอย่างไร เราควรฝึก ทักษะการเรียนรู้ เราเน้นแค่เรื่องไอคิว แต่ไม่เคยสอนเรื่องอีคิว ให้กับเด็ก 

นายกรณ์กล่าวในตอนท้ายเช่นกันว่า โลกไปไกลแล้ว มีหลายเรื่องไม่จำเป็นต้องเรียน การเรียนรู้ เราไม่ควรพูดแค่เด็ก การศึกษาควรเป็นเรื่องของคนทุกวัย เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง การศึกษาต้องเน้น ทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เรื่องภาษาไทยก็สำคัญ แต่ไม่พอ แต่อย่างน้อยต้อง 3 ภาษา ภาษาที่สองคือจีน ภาษาที่สาม ภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่อยากเห็นการทะเลาะเรื่องวัฒนธรรม แต่ควรทะเลาะกันในเรื่องเนื้อหาสาระ 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI