posttoday
เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

17 ตุลาคม 2569

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank เจรจา EU-WEF เชื่อมแหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ พร้อมพัฒนาระบบชลประทานและยกระดับรายได้เกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้เวทีประชุม IMF–World Bank 2026 ในกรุงเทพฯ ขยายความร่วมมือกับองค์กรและพันธมิตรนานาชาติ หวังเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ เพิ่มมูลค่าสินค้า และรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF–World Bank ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรกรรมยั่งยืน

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความร่วมมือกับสหภาพยุโรป (EU) เพื่อปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รองรับทั้งน้ำหลากและภัยแล้ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการผลิตและเศรษฐกิจภาคเกษตร

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

 

ผนึก WEF สร้างตลาดสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ

 

กระทรวงเกษตรฯ ยังเข้าร่วมเวที World Economic Forum (WEF) ภายใต้โครงการ FMC for Food ซึ่งมีพันธมิตรกว่า 60 รายร่วมผลักดันตลาดสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ โดยใช้กลไกรวบรวมความต้องการซื้อจากตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

สินค้าเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว พืชไร่ เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม ถั่วเหลือง และน้ำมันปาล์ม แนวทางนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงผู้ผลิตกับความต้องการของตลาด เพิ่มโอกาสจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่ยั่งยืน

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ หารือกับฝ่ายเยอรมนีเกี่ยวกับกลไกการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนสำหรับเกษตรกร

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

 

ขยายความร่วมมือด้านทุน เทคโนโลยี และมาตรฐาน

 

นอกจากนี้ ยังร่วมกระชับความสัมพันธ์กับกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) หลังเปิดสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรทางการเงินมาสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตร

 

หน่วยงานในสังกัดยังผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการผลิต โดยกรมวิชาการเกษตรหารือแนวทางลดการใช้สารเคมีและพลาสติกในภาคเกษตร ส่วนกรมประมงแลกเปลี่ยนแนวทางใช้ AI ตรวจสอบและป้องกันปัญหาแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน

 

ด้านกรมการข้าวร่วมกับพันธมิตรนานาชาติผลักดันเทคโนโลยีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำและความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเวที OECD เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า การขยายความร่วมมือในเวทีระดับโลกจะช่วยเชื่อมโยงความต้องการของตลาดกับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล