
เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว
เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank เจรจา EU-WEF เชื่อมแหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ พร้อมพัฒนาระบบชลประทานและยกระดับรายได้เกษตรกร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้เวทีประชุม IMF–World Bank 2026 ในกรุงเทพฯ ขยายความร่วมมือกับองค์กรและพันธมิตรนานาชาติ หวังเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ เพิ่มมูลค่าสินค้า และรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF–World Bank ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรกรรมยั่งยืน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความร่วมมือกับสหภาพยุโรป (EU) เพื่อปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รองรับทั้งน้ำหลากและภัยแล้ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการผลิตและเศรษฐกิจภาคเกษตร
ผนึก WEF สร้างตลาดสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ
กระทรวงเกษตรฯ ยังเข้าร่วมเวที World Economic Forum (WEF) ภายใต้โครงการ FMC for Food ซึ่งมีพันธมิตรกว่า 60 รายร่วมผลักดันตลาดสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ โดยใช้กลไกรวบรวมความต้องการซื้อจากตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สินค้าเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว พืชไร่ เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม ถั่วเหลือง และน้ำมันปาล์ม แนวทางนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงผู้ผลิตกับความต้องการของตลาด เพิ่มโอกาสจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่ยั่งยืน
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ หารือกับฝ่ายเยอรมนีเกี่ยวกับกลไกการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนสำหรับเกษตรกร
ขยายความร่วมมือด้านทุน เทคโนโลยี และมาตรฐาน
นอกจากนี้ ยังร่วมกระชับความสัมพันธ์กับกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) หลังเปิดสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรทางการเงินมาสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตร
หน่วยงานในสังกัดยังผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการผลิต โดยกรมวิชาการเกษตรหารือแนวทางลดการใช้สารเคมีและพลาสติกในภาคเกษตร ส่วนกรมประมงแลกเปลี่ยนแนวทางใช้ AI ตรวจสอบและป้องกันปัญหาแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน
ด้านกรมการข้าวร่วมกับพันธมิตรนานาชาติผลักดันเทคโนโลยีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำและความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเวที OECD เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า การขยายความร่วมมือในเวทีระดับโลกจะช่วยเชื่อมโยงความต้องการของตลาดกับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว







