
เลือกตั้ง66:ธนา ประชาธิปัตย์ ถล่ม ประยุทธ์ อย่างหนักหวังช่วงชิงคะแนนนิยม
เวทีปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ23เม.ย. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ย้อนไปฟังคำปราศรัยจากแกนนำ ผู้สมัครส.ส.กทม. ที่เข้มข้น ดุเดือด บางช่วงบางตอน เสมือนเป็นการส่งสัญญาณช่วงชิงคะแนน จาก พรรคในฝ่ายเดียวกันอีกด้วย
ไม่ได้มีเพียงแค่ฝั่งเสรีประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทย กับ ก้าวไกล ในเวลานี้ที่กำลังเปิดศึก ช่วงชิงกระแส คะแนนกันอย่างหนัก แต่ในฝ่ายอนุรักษ์นิยม ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเวทีปราศรัย พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันเสาร์23เม.ย. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครส.ส.กทม.ของพรรคทั้ง33เขต มาร่วมงานกันอย่างครบครัน ย้อนไปดูคำพูด แกนนำ ผู้สมัครส.ส.หลายคน มีวรรคทองให้ต้องน่าเฝ้าติดตาม เสมือนเป็นการส่งสัญญาณท้ารบ หวังช่วงชิงคะแนนจากฝ่าย อนุรักษ์นิยมด้วยกันเอง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยตอกย้ำในจุดยืนว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มีความเข้มแข็งยั่งยืนต่อไป นายกฯ ต้องได้รับเสียงข้างมากในที่ประชุมร่วมรัฐสภา และต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และจะจัดการกับปัญหายาเสพติดที่คุกคามสังคมไทยให้สิ้นซาก ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ไม่เอายาเสพติด และไม่เอาทุจริต คอรัปชั่น
ขณะที่นายธนา ชีรวินิจ ผู้สมัครส.ส.เขตดินแดง พญาไท กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า มาเป็นนักการเมืองระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เป็นส.ส. ทำอย่างเดียวคือ ให้พรรคเสนอตัวเองเป็นนายกฯ ในบัญชีรายชื่อของรวมไทยสร้างชาติ ต้องบอกความจริงว่า ถ้ารวมไทยสร้างชาติได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 คน ไม่มีสิทธิเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าน หรือถ้าได้มากกว่า 25 คน แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสองสภา พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่มีสถานะทางการเมืองในการดูแลประชาชนเลย ถามว่าใจดำหรือไม่
“บอกประชาชนว่า จะอาสารับใช้พี่น้องประชาชนขอเวลาอีก 2 ปี แต่ถ้าตัวเองไม่ได้เป็นนายกฯ ก็กลับบ้านเลย เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการก็กลับบ้าน แล้วคนที่ออกมาเลือกรวมไทยสร้างชาติกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่มีใครทำงานให้ เพราะทิ้งเขาไปแล้ว ไม่แก้ปัญหาที่อ้างว่ามีทับถมประเทศ จึงจำเป็นต้องกราบเรียนพี่น้องว่า เวลาดูพรรคการเมืองต้องดูให้ขาด ว่าตั้งใจมาแก้ไขปัญหาอย่างที่พูดหรือไม่”นายธนากล่าว
นายธนา ปราศรัยเน้นย้ำอีกว่า เชื่อมั่นว่า เมื่อลุงตู่ กลับมาเมื่อใดความขัดแย้งเริ่มต้นอย่างแน่นอน ทางรอดของประเทศจะต้องได้นักการเมืองอาชีพที่เข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย เคารพเสียงส่วนใหญ่และความเห็นต่าง เชื่อมั่นประชาธิปัตย์ หมายเลข 26
ทั้งนี้จากคำปราศรัยดังกล่าว ทำให้ถูกมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงแบบเข้มข้น พุ่งเป้าช่วงชิงในฐานคะแนนที่มาจากกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ชูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อย่างชัดเจน
ทำให้หลายคนหวนนึกถึงยิ่งการเลือกตั้งเมื่อปี2562 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้น ประกาศในโค้งสุดท้าย ขอเป็นทางเลือกที่3 ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาพรรคเพื่อไทย เมื่อผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นอย่างที่เห็น และในครั้งนี้เมื่อ นายธนา ที่ถือเป็น ลูกหม้อพรรค และใกล้ชิดแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ออกมาเล่นบทดุเดือด พุ่งเป้าตรงไปยังอีกฝ่ายในขั้วเดียวกัน ผลสรุปจะออกมาอย่างไร คงต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป







