
'พล.อ.ประวิตร'สั่งศึกษาสูตรราคาปาล์ม ประกันรายได้ช่วยเกษตรกร
พล.อ.ประวิตร หนุนดันช่วยเกษตรกรสวนปาล์ม เร่งส่งออกน้ำมันปาล์มและประกันรายได้ปี 65-66 และร่วมศึกษาสมการโครงสร้างราคาปาล์ม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม. เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ผ่าน ระบบ VTC ที่ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยฯ เพื่อเร่งขับเคลื่อนกลไกสร้างสมดุลน้ำมันปาล์ม โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปี 66 ภาพรวมมีเนื้อที่ผลผลิต 6.25 ล้านไร่ คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 3.58 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.35% จากปี 65 ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO ) ทั้งในและต่างประเทศ มีแนวโน้มสูงขึ้น รวมทั้งรับทราบข้อเรียกร้องของชาวสวนปาล์มน้ำมันและสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย ที่ต้องการให้จัดทำสูตรโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันที่ถูกต้องร่วมกันทุกฝ่าย และขอให้พิจารณาผลักดันการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 10
จากนั้นได้ร่วมกันพิจารณาและเห็นชอบ โครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินปี 2566 ซึ่งมีเป้าหมาย CPO ปริมาณ 150,000 ตัน โดยมีเงื่อนไข สต๊อก CPO ในประเทศสูงกว่า 250,000 ตันและราคา CPO ในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก เพื่อประสิทธิภาพการบริหารสมดุลย์น้ำมันปาล์มภายในประเทศ และเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 65-66 ที่ราคาประกันผลปาล์มทะลาย (น้ำมัน 18%) ราคา 4.00 บาท/กก. ไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้
รวมทั้งให้ความเห็นชอบ แนวทางการจัดทำโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม รองรับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ให้เกิดการยอมรับที่เป็นธรรมแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยเร่งให้มีการศึกษาสมการโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มไปพร้อมกันให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการต่างๆและการแก้ปัญหาเชิงระบบให้มีความคืบหน้าด้วยดี พร้อมทั้งย้ำ ขอให้ความสำคัญพิจารณา นำข้อเรียกร้องของชาวสวนปาล์มน้ำมันและสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย ไปขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้เกิดความเหมาะสมและยอมรับร่วมกัน พร้อมทั้งขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มสนับสนุนให้ข้อมูลกับรัฐเพิ่มเติมถึงการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์จากต่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันในภาพรวม ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอ ครม. และเร่งผลักดันโครงการต่างๆ ที่ผ่านความเห็นชอบแล้วให้บรรลุเป้าหมายเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของรัฐบาล







