ผู้ว่าฯกาญจน์วางแผนจัดการวัคซีนโควิด-19ขออปท.จองซิโนฟาร์ม20%

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 18:31 น.
ผู้ว่าฯกาญจน์วางแผนจัดการวัคซีนโควิด-19ขออปท.จองซิโนฟาร์ม20%
กาญจนบุรี-ผู้ว่าเมืองกาญจน์วางแผนจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19ขอความร่วมมือ อปท.สั่งจองซิโนฟาร์ม 20% เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ฉีดครบ100%

เมื่อวันที่ 11มิ.ย.64 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด หลังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปลดล็อกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19นำไปฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ได้

นายจีระเกียรติ เปิดเผยภายหลังว่า วันนี้จึงได้เรียกประชุมหารือ เพื่อให้ผู้นำท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมมือกัน รวมทั้งมีการชี้แจงซักซ้อมทำความเข้าใจในวิธีขั้นตอนของการจอง ซึ่งเป้าหมายของจังหวัดคืออยากให้ประชาชนทุกคนได้มีการฉัดวัคซีนให้ครบ 100%จึงได้ขอความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่นได้สั่งซื้อวัคซีนในจุดที่เป็นจุดเร่งด่วนของในแต่ละท้องถิ่น เช่น จุดที่เป็นชุมชน หรือจุดที่มีผู้คนอาศัยอย่างหนาแน่น ซึ่งจุดเหล่านี้สมควรที่จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่นช่วยกันสั่งจองวัคซีนท้องที่ละ 20% เมื่อนำมารวมกับวัคซีนที่ทางรัฐบาลส่งมาให้จะทำให้ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100% ในเวลาที่รวดเร็ว สาระของการประชุมวันนี้ก็คือการซักซ้อมวิธีการสั่งจอง"วัคซีนซิโนฟาร์ม"จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วันที่ 14 มิถุนายน 2564ดังนั้นท้องถิ่นจะได้มีการเตรียมการเอาไว้ให้ถูกต้อง

ทั้งนี้จากการที่ได้พูดคุยกับผู้นำท้องถิ่น ต่างก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี และที่น่ายินดีก็คือบางท้องถิ่นสอบถามมาว่าจะขอจองวัคซีนมากกว่า 20% ได้หรือไม่ ซึ่งก็ตอบไปว่าแล้วแต่ความสมัครใจ แต่การที่ให้ท้องถิ่นสั่งจอง 20% เพราะจังหวัดได้คำนึงถึงรายได้ของแต่ละท้องถิ่นด้วย จึงไม่ต้องการให้ไปกระทบกระเทือนกับงบประมาณรายได้มากเกินไป ซึ่งให้ท้องถิ่นใช้การสั่งจอง 20% เป็นเกณฑ์ แต่บางท้องถิ่นก็มีการสั่งจองเป็นจำนวนมากก็มี

สำหรับการฉีดวัคซีนในพื้นที่ ขณะนี้ฉีดไปแล้วกว่า 17,000 คน ซึ่งเราได้มีการจัดทำแผนการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกคนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนของวัคซีนที่จะได้มาเท่านั้นได้มาเท่าไหร่เราก็จะฉีดไปจนหมด

"อันที่จริงแผนที่เราวางเอาไว้คือ เราจะสามารถฉีดได้หมด 5 แสนคน โดยใช้เวลา 1 เดือนแต่ข้อเท็จจริงแล้วก็คงจะไม่สามารถทำได้ เพราะวัคซีนที่ได้มาเป็นการทยอยส่งมาเรื่อยๆ จึงน้อยกว่าศักยภาพจริงที่จังหวัดสามารถฉีดให้กับประชาชนได้ ซึ่งศักยภาพของจังหวัดกาญจนบุรีสามารถฉีดได้มากถึงวันละ 13,000 คน ซึ่งวัคซีนล็อตที่ผ่านมาทั้งจังหวัดเราได้มาแค่ 7,500 โดสเท่านั้น จึงทำให้การฉีดวัคซีนง่ายด้วยการทยอยฉีดวันละ 2,000-3,000 คนขณะนี้อยู่ระหว่างการรอวัคซีนล็อตใหม่ที่กำลังจะส่งมาให้"นายจีระเกียรติ กล่าว

ที่ผ่านมาประชาชนเป้าหมายอายุ 60 ปีขึ้นไปกับกลุ่ม 7 โรคได้จองการฉีดวัคซีนผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยมีผู้เข้าไปจองประมาณ 75,000 คน แต่วัคซีนที่ได้มาน้อย จึงทำให้ทำการฉีดให้กับประชาชนนั้นช้า ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับจำนวนของวัคซีน ดังนั้นคนที่ลงทะเบียนเอาไว้ ไม่ได้เป็นตัวถ่วงที่ทำให้ฉีดวัคช้า แต่ว่าตัวถ่วงคือวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรมาล่าช้า

ส่วนกรณีของนายเพรียว พันธุ์ฟัก อายุ 84 ปี ชาวตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ที่เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปได้เพียง 1 วัน โดยญาติสงสัยสาเหตุของการเสียชีวิตว่าน่าจะมาจากการฉีดวัคซีนป้องโควิด-19 นายจีระเกียรติ ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค ส่วนเรื่องการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำลังพิจารณาดำเนินการอยู่