เชียงใหม่ยกการ์ดสูงสู้โควิด ปิดบ่อนไก่-ห้ามร้านเหล้าเปิดโต้รุ่งคืนส่งท้ายปี
เชียงใหม่-ผู้ว่าฯเชียงใหม่ยกการ์ดสูง สั่งปิดบ่อนไก่ ห้ามสถานบันเทิง ร้านอาหารเปิดโต้รุ่งคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ฝ่าฝืนเจอโทษทั้งจำและปรับ
นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า? วันนี้ได้ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 36/2563 เรื่อง การดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยระบุว่า ตามที่ คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ครั้งที่ 14/2563 ได้มีมติเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ได้เห็นชอบการขยายเวลาในการปิดสถานบันเทิง สถานบริการ ให้เป็นไปตามเวลาปกติของแต่ละกิจการตามที่กฎหมายกำหนด โดยกฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ พ ศ. 2547 กำหนดว่า ในวันที่ 31 ธันวาคม สถานบริการสามารถจะเปิดทำการต่อไป จนถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นนั้นก็ได้
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเขียงใหม่ มีมติในการประชุมครั้งที่ 80/2563 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.63 เห็นชอบ ให้กำหนดมาตรการเพิ่มเติม ในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทย และเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดมาตรการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
ข้อ 1 ให้สถานบริการปิดเวลา 24.00 น. ในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สำหรับวันอื่นให้เป็นไปตามเวลาปกติของแต่ละกิจการตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 2 ให้งดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 หรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
โดยให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง


