กลับตาลปัตร!แฉลุงแท็กซี่คนแห่บริจาคช่วยกว่า 8 ล้านเป็นคนลวงโลก

วันที่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 13:27 น.
กลับตาลปัตร!แฉลุงแท็กซี่คนแห่บริจาคช่วยกว่า 8 ล้านเป็นคนลวงโลก
สมุทรปราการ- เจ้าของอู่แท็กซี่มังกรเจ้าพระยาออกมาแฉ"ลุงประสิทธิ์ชัย"ลุงขับแท็กซี่วัย 72 ปีที่อ้างได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนต้องออกมารับจ้างส่งพัสดุแสนลำบาก กระทั่งคนทั้งประเทศช่วยบริจาคเงินให้กว่า 8 ล้านบาทที่แท้เป็นคนลวงโลก

จากกรณีที่เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า"แป๋ว แว๋ว" ได้ลงเรื่องราวของคุณลุงสิทธิ์ชัย ใกล้ชิด อายุ 72 ปีคนขับแท็กซี่ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่าชีวิตเหมือนหนังในละคร และตอนนี้ก็ไม่มีกินแล้วจึงต้องผันตัวมาส่งพัสดุ ครั้งแรกในชีวิตซึ่งก็ไม่ค่อยชำนาญเส้นทางเพราะเมื่อก่อนเคยขับรถเมล์ก็พอรู้เส้นทางแต่ไม่เก่ง แต่ก็ต้องปรับตัวเองให้อยู่รอด ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่ารถวันละ 300 บาท เลยต้องมารับจ้างส่งพัสดุแทนรับส่งผู้โดยสาร

ทั้งนี้ หลังมีการเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียลมีคนหลั่งไหลโอนเงินเข้ามาช่วยในคืนเดียวกว่า 8 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้ลุงสิทธิ์ชัย บอกว่า จะเอาไปสร้างบ้านอยู่เพราะยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง และจะนำเงินไปบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาล รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่า และให้มูลนิธิ เพื่อคนขับแท็กซี่ และยังบอกว่าบ้านที่อยู่ก็เป็นบ้านเช่าและอยู่คนเดียว

กระทั่ง นายปรีชา ชุ่มสมบัติ อายุ 49 ปี เจ้าของอู่แท็กซี่ มังกรเจ้าพระยา ที่คุณลุงสิทธิ์ชัย มาเช่ารถแท็กซี่ขับอยู่ ได้ออกมาเผยพฤติกรรมของคุณลุงสิทธิ์ชัย ใกล้ชิด โชว์เฟอร์แท็กซี่วัย 72 ปี ที่มีคนแห่บริจาคเงินช่วยเหลือคืนเดียวมากถึงกว่า 8 ล้านบาทว่า ลุงประสิทธิ์ชัยเป็นคนลวงโลก ไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่ออีกก่อนหน้านี้ลุงสิทธิ์ชัย และลูกชายได้มาเช่ารถแท็กซี่ของตนขับอยู่ทั้ง 2 คน ค้างค่าเช่ารถรวม 2 คนเป็นเงินกว่า 13,570 บาท จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ยอมเอาเงินส่วนที่ค้างค่าเช่ามาจ่าย พอตามไปที่บ้านก็ไม่เจอตัวโทรศัพท์ไปก็ติดต่อไม่ได้ทั้งพ่อทั้งลูก เมื่อวันที่ 12 พ.ค.จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู

นายปรีชา กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของอู่แท็กซี่มังกรเจ้าพระยา ลุงประสิทธิ์ชัยที่ออกมาพูดไม่เป็นความจริง ที่บอกว่าอยู่คนเดียวไม่จริงเพราะอยู่กับลูกและหลาน ซึ่งลูกชายก็มาเช่ารถแท็กซี่ที่อู่ตนขับอยู่ ทุกคนมีงานทำ แต่ไปหลอกลวงสังคมว่าอยู่คนเดียวไม่มีจะกิน ก็อยากให้สังคมรู้ว่าสิ่งที่พูดไม่เป็นความจริง และลูกชายก็ขับรถแท็กซี่อยู่ทีวินโลตัสบางปู บ้านที่อยู่ก็ไม่ได้เช่าใคร เป็นบ้านของเมียเก่าที่เขาให้ลูกชายอยู่ ซึ่งลุงสิทธิ์ชัยก็อยู่กับลูกไม่ได้เช่า จ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น ซึ่งลูกก็มีงานทำไม่ได้ยากไร้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ลุงประสิทธิ์ชัยเช่ารถแท็กซี่ไปขับพฤติกรรมของก็คือถ้าติดหนี้แล้วไปทวงจะไม่ได้ ไม่มีความรับผิดชอบถ้ารถเสียก็จะไม่รับผิดชอบเลยอ้างอย่างเดียวว่ารถพัง ไม่ซ่อมบอกว่ารถพังเองเคยตกลงกันว่าช่วยกันดูแลเพราะรถอยู่กับเขา คำว่าช่วยกันดูแลคือให้ช่วยดูแลรถให้ไม่ได้ให้ช่วยออกเงิน ค่าเช่าเราก็คิดกะเดียวแบบควงกะวันละ 700 บาท ลุงประสิทธิ์ชัยเป็นคนใจน้อยสะกิดอะไรไม่ได้ ล่าสุดก่อนที่จะออกมาสัมภาษณ์ก็ไม่มาเช่ารถของตนหนีไปเช่าที่อื่น ทั้ง ๆ ที่ค้างค่าเช่าอยู่ประมาณ 1,400 บาท

ทั้งนี้ อยากจะฝากบอกว่า อย่าไปหลอกลวงสังคมอีก ทุกคนที่เขาลำบากกว่ายังมีอีกมาก ในตอนแรกที่ลุงสิทธิ์ชัยได้รับเงินบริจาคมาแล้วและตนไม่ได้ออกมาพูด เพราะตนมองว่า มันไม่ใช่เรื่องของตน รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าลุงสิทธิ์ชัยแหกตาสังคม แต่ตนมองว่า ไม่ใช่เรื่องอะไรของเรา แต่สังคมที่วินโลตัสบางปู เขากระหน่ำต่อว่าไม่รู้เท่าไหร่ เพราะรู้นิสัยว่าลุงสิทธิ์ชัยเป็นอย่างดี ที่ต้องพูดเพราะไม่อยากให้คนอื่นถูกหลอกอีก และอยากให้รู้ว่าลวงโลก ตนไม่ได้ไปอิจฉาแต่ตนสนใจหนี้ที่ค้างอยู่ไม่มาจ่ายเท่านั้น ทวงถามก็เงียบ ตอนนี้ทั้งพ่อทั้งลูกก็ไม่เจอแล้ว โทรไปก็ติดต่อไม่ได้ อยากจะฝากถึงคนที่จะบริจาคว่าาเวลาบริจาคอะไรเช็คกันดูให้ดีๆ

บทความแนะนำ