เผาแล้วชาวต่างชาติวัย 69 ติดโควิดตายเป็นรายแรกของบุรีรัมย์

วันที่ 08 เม.ย. 2563 เวลา 20:20 น.
เผาแล้วชาวต่างชาติวัย 69 ติดโควิดตายเป็นรายแรกของบุรีรัมย์
บุรีรัมย์- เผาแล้วชายชาวต่างชาติวัย 69 ปีติดเชื้อโควิด-19 ตายรายแรกของจังหวัด ระหว่างมาเยี่ยมภรรยาที่อ.บ้านกรวด จนท.นำศพไปเผาที่วัดแล้ว ส่วนภรรยาและคนใกล้ชิดยังกักตัวเฝ้าสังเกตอาการ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.หลังจากโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ได้แถลงสถานการณ์การระบาดของเชื้อพบว่าทั้งประเทศมีผู้ป่วยรายใหม่ 111 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ซึ่ง 1 ในนั้นคือ ชายชาวต่างชาติ อายุ 69 ปีติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ หลังจากตรวจชันสูตรศพตามขั้นตอนเรียบร้อย ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 8 เม.ย.ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ได้จัดการร่างของผู้เสียชีวิตตามมาตรฐานการควบคุมป้องกันโรคใส่ในถุงซิป 3 ชั้นและมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชั้นก่อนจะเคลื่อนร่างไปเผาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์

ทั้งนี้ ก่อนที่จะนำร่างไปเผายังวัดทางโรงพยาบาล ก็ได้ประสานกับทางวัด และทำความเข้าใจกับผู้นำชุมเรียบร้อยแล้วว่า เจ้าหน้าที่มีการจัดการศพตามมาตรฐานควบคุมป้องกันโรคอย่างรัดกุม ส่วนการเผาก็ไม่ได้มีการประกอบพิธีใดๆมีเพียงสัปเหร่อ พระ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาดูแลเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก จากนั้นทางวัดก็จะเก็บเถ้ากระดูกไว้ให้ญาติเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

สำหรับ ไทม์ไลน์ของชายชาวต่างชาติที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 มี.ค.เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์โดยลงทะเบียนผ่านระบบแอพพลิเคชั่น Buriram Healthy Passport เพื่อแจ้งข้อมูลสุขภาพและการเดินทางเข้า-ออก ตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อ ระหว่างเดินทางมาพบว่ามีอาการไข้ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน จึงได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัด กลังตรวจเลือดพบเชื้อโควิด 19 เป็นรายแรกของจังหวัด

จากการซักประวัติพบว่า มีอาการผิดปกติตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ตั้งแต่ที่อยู่ประเทศภูมิลำเนา จากนั้นได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศที่สาม ก่อนที่จะเดินทางมายังประเทศไทยถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 16 มี.ค. จากนั้นวันที่ 17 มี.ค.ได้เดินทางไปเที่ยวที่พัทยา จ.ชลบุรี ต่อมาวันที่ 18 มี.ค. ได้ใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อจะเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ระหว่างทางรถแท็กซี่ได้เสียที่ อ.โนนดินแดง จึงเช่าเหมารถอีกคันเพื่อเดินทางต่อมาหาภรรยาที่ อ.บ้านกรวด ซึ่งชายชาวต่างชาติได้นัดเจอกับภรรยาที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะรู้ตัวว่ามีอาการผิดปกติและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

หลังจากได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์ก็ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีอายุมาก ประกอบกับมีโรคประจำตัวไตเรื้อรัง ทำให้หายใจลำบาก หอบเหนื่อย จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และได้เสียชีวิตในวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา