ป่าไม้สรุปผลสอบที่ดิน"ทวี ไกรคุปต์"บุกรุกป่า

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 16:39 น.
ป่าไม้สรุปผลสอบที่ดิน"ทวี ไกรคุปต์"บุกรุกป่า
ราชบุรี-ป่าไม้เผยผลตรวจสอบที่ดินทวี ไกรคุปต์ พบบุกรุกป่า เตรียมดำเนินคดีข้อหา“บุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในที่ป่า” และ"พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484"

กรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน เข้าตรวจสอบที่ดินของนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่บริเวณ หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หลังจากที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นได้แจ้งความตามคดีอาญาที่ 419 / 2562 ให้ดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์ เพราะเชื่อว่ามีการบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ล่าสุด ได้ข้อสรุปผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบวัดพิกัดของเจ้าหน้าที่พบว่า ถูกบุกรุกถือครองทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐออกเป็น 3 ประเภท จำนวน 7 แปลง ประกอบด้วยแปลงที่ 1 เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ 68 ตารางวา ลักษณะถือครองทำประโยชน์ทางสัญจร ถังเหล็กเก็บน้ำทรงแชมเปญ แปลงที่ 2 เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร เนื้อที่ 207 ไร่ 3 งาน 68 ตารางวา มีบ้านพัก ฟาร์มจระเข้ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แปลงที่ 3 เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวรแปลงหมายเลข 85 เนื้อที่ 39 ไร่ 48 ตารางวา ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แปลงที่ 4 เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร แปลงหมายเลขที่ 85 มีเนื้อที่ 126 ไร่ 3 งาน 64 ตารางวา ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แปลงที่ 5 เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวรแปลงหมายเลขที่ 85 เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา ลักษณะเป็นทางสัญจร ถังเหล็กเก็บน้ำ ส่วนแปลงที่ 6 และแปลงที่ 7 เป็นพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 646 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา รวมทั้งหมด 7 แปลงมีพื้นที่จำนวน 1,039 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา

พัฒนะ ศิริมัย ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ราชบุรี

นายพัฒนะ ศิริมัย ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ราชบุรี เปิดเผยผลการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดว่า ในจำนวน 7 แปลง มีพื้นที่ที่กรมป่าไม้ดูแลรับผิดชอบอยู่จำนวน 375 ไร่ เศษ ซึ่งคงต้องเก็บข้อมูลรายเอียดส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะขนาดสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่ตรวจพบในพื้นที่ หลังจากนั้นจะให้ประกอบการร้องทุกข์กล่าวโทษในนามต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เร็วๆนี้ หลังจากที่เมื่อวานได้มีการตรวจสอบพื้นที่โดยการนำชี้ของผู้ร้องทุกข์ มีการตรวจสอบพื้นที่จำนวน 7 แปลง เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 1 แปลง เป็นพื้นที่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี จำนวน 4 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 375 ไร่เศษ และตรวจพบว่ามีการครอบครองที่ดินในพื้นที่เขต สปก. อีกจำนวน 2 แปลง โดยประมาณ 600 ไร่เศษ เนื่องจากเมื่อวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ สปก.ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่หลักไม่ได้มาร่วมตรวจสอบด้วย ทางพนักงานสอบสวนคงต้องประสานงานกับปฏิรูปที่ดิน เพื่อจัดทำรายละเอียดข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง

ที่ดินซึ่งถูกตรวจสอบ (1)

ในส่วนพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตป่าไม้ถาวร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้โดยตรง จะเก็บข้อมูลเพื่อเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ครอบครอง เป็นลักษณะคดีเดียวกันกับนายวีระ สมความคิด ที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้ว แต่นายวีระได้ร้องทุกข์ในภาพรวมพื้นที่ดินของรัฐทุกประเภท แต่ส่วนของป่าไม้จะร้องทุกข์กล่าวโทษเฉพาะส่วนที่รับผิดชอบ หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนจะเอาไปรวมคดีหรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอย่างไร รวมพื้นที่ทั้งหมด 1,039 ไร่ เศษ เป็นการบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ ส่วนเรื่องบอกว่ามีการเสียภาษีนั้น ตนเองยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าวว่ามีการเสียภาษีในนามของผู้ใด จากการได้พูดคุยกับ อบต. หน่วยงานที่รัฐเสียภาษีบอกว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าแปลงที่มาชำระภาษีมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่บริเวณใด สำหรับเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 17 ไร่ และเขตป่าไม้ถาวร จำนวน 375 ไร่เศษ

ที่ดินซึ่งถูกตรวจสอบ (2)

ส่วนข้อหาที่จะเตรียมแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติคือ “ บุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในที่ป่า ” ส่วนของแปลงที่อยู่เขตป่าไม้ถาวรจำนวน 4 แปลง จะเป็นการแจ้งความตามมาตรา 54 ตาม “ พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ”

สำหรับการตรวจสอบพื้นที่ของนายทวี ไกรคุปต์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีหนังสือแจ้งไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อให้มานำชี้แนวเขต แต่นายทวีอาจจะไม่สะดวกที่จะมานำชี้ จึงได้ให้ฝ่ายปกครองท้องที่ หรือ ผู้ใหญ่บ้านนำชี้ มีความชัดเจนพอสมควร ซึ่งได้ทำไปตามหน้าที่ ตามข้อกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปกลั่นแกล้งใคร