ผบช.สตม.เผยคนอู่ฮั่น-กวางโจอยู่ไทยกว่า3หมื่นคน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา
เชียงใหม่-ผบช.สตม.ลุนตรวจความเรียบร้อยสนามบินเชียงใหม่ เผยคนอู่ฮั่น-กวางโจอยู่ไทยกว่า3หมื่นคน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา
เชียงใหม่-ผบช.สตม.ลุนตรวจความเรียบร้อยสนามบินเชียงใหม่ เผยคนอู่ฮั่น-กวางโจอยู่ไทยกว่า3หมื่นคน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา
เมื่อวันที่ 4? ก.พ.63 ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วยนายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมกันแถลง ความคืบหน้าในมาตรการเฝ้าระวัง ดูแลป้องกัน การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ในพื้นที่ท่าอากาศยานตามนโยบายของรัฐบาลในเวลานี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในเรื่องของการควบคุมโรคตามมาตรฐานสากล โดยกระบวนการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังลดความเสี่ยงในการเดินทางของผู้ติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค เพื่อให้การยืนยันในเรื่องของมาตรการต่างๆที่ยังสามารถควบคุมและดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการคัดกรองบุคคลที่ผ่านท่าอากาศยานเพื่อลดความเสี่ยง
พลตำรวจโทสมพงษ์ ยืนยันว่า ทาง ตม.ได้ตรวจสอบหมดแล้วชาวจีนที่เข้ามาจากเมืองอู่ฮั่นกว่า 4 หมื่นราย ตอนนี้คงอยู่ 1.2 หมื่นคนรวมกับชาวกวางโจที่เหลืออยู่มีทั้งสิ้น 18,841 คนได้ตรวจคัดกรองทั้งหมดไม่มีรายงานติดเชื้อ และระหว่างนี้ได้ให้การดูแลและผ่อนผันกับชาวจีนที่รอเดินทางกลับอย่างเต็มที่
ทั้งนี้มั่นใจว่ามาตรการเข้มงวดทุกด้านของไทยไม่ได้ด้อยกว่านานาชาติที่ยึดตามมาตรฐานสากลดังนั้น ข่าวลือต่างๆที่อ้างว่ามีคนติดเชื้อเพิ่มหรือเสียชีวิตจึงไม่เป็นความจริงและขอร้องอย่าสร้างความสับร้อมกันนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่จุดพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อด้วยให้ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ด้วยเพื่อให้ความเชื่อมันว่า มีมาตรการดูแลอย่างดีและมาเที่ยวไทยได้ปลอดภัย
โอกาสนี้ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมคณะยังได้ลงพื้นที่ตรวจดูความพร้อมและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อดูความพร้อมและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนี้ตามแนวทางปฏิบัติในการลดความเสี่ยงโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในระหว่างที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวและยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ในขณะนี้


