โพสต์สุดท้ายของ "ดร.สุรินทร์" แนะไทยผลักดัน"โคเวิร์คกิ้งสเปซ"ให้ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 16:30 น.
โพสต์สุดท้ายของ "ดร.สุรินทร์" แนะไทยผลักดัน"โคเวิร์คกิ้งสเปซ"ให้ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เปิดโพสต์สุดท้ายของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ แนะนำรัฐเร่งส่งเสริมสิ่งอำนวยความสะดวกผลักดันเด็กไทยและวิธีดึงดูดคนจากทั่วโลก

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. เวลา 20.42 น. นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งนับว่าเป็นข้อความสุดท้ายที่ นายสุรินทร์ ได้เขียนไว้ก่อนจะถึงแก่กรรมอย่างสงบ ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ในวันที่ 30 พ.ย. ที่โรงพยาบาลรามคำแหง

โพสต์สุดท้ายของนายสุรินทร์ ได้เล่าถึงการเดินทางไปเยี่ยมชม HUBBA ธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน Co-Working Space แห่งแรกของประเทศไทยพร้อมกับแสดงความคิดเห็นแนะนำให้ภาครัฐส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของ "โคเวิร์คกิ้งสเปซ" ในเอเชียเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามาทำงาน และให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะจากคนเก่งๆที่เข้ามา

สำหรับเนื่อหาของ นายสุรินทร์โพสต์ไว้มีดังนี้ 

“วานนี้ผมแวะไปเยี่ยม HUBBA-TO หรืออีกสาขาของ HUBBA ตรงอ่อนนุช ภายใต้การร่วมมือระหว่าง Sansiri กับ ผู้ก่อตั้ง HUBBA ของ 2 พี่น้อง ชาลและอมฤต(เอม) เจริญพันธ์ ผมเองมีความพูกพันกับชาลและเอม ผ่านทางลูกชายคนโตซึ่งเป็นเพื่อนกับทั้งสองตั้งแต่มัธยมมาเกือบ 20 ปีแล้ว ลูกชายผมเล่าให้ฟังถึง HUBBA อยู่บ่อยๆ และวันนี้รู้สึกยินดีที่ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมงานของ HUBBA

Start Up และคนรุ่นใหม่ แทบไม่มีใครไม่รู้จัก HUBBA เพราะถือได้ว่าเป็น Co-Working Space แห่งแรกของไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ชาลและเอมก่อตั้ง HUBBA จากแรงบัลดาลใจที่อยากจะทำ ประกอบกับเห็นความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากทำงานที่ไหนก็ได้ และที่สำคัญอยากทำธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่เติบโตไปทั่วโลก

HUBBA มองเห็นจุดนี้และให้ HUBBA เป็นที่เชื่อมคนที่มีความรู้มาช่วยเหลือกันและกัน ก่อให้เกิดเป็น Community ที่มีศักยภาพและกำลังผลักดันเศรษฐกิจไทยเพื่อตอบรับโลกดิจิตอลอย่างแท้จริง

จากข้อมูลที่ HUBBA นำเสนอว่า เดือน พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมากรุงเทพฯได้รับการจัดอันดับ 1 เมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับคนที่ทำงานอิสระ (Digital Nomad) จากทั่วโลก และยังมีอีกหลายจังหวัดติดอันดับต้นๆของโลก อาทิ เชียงใหม่ และ ภูเก็ต

จากข้อมูลนี้เอง ภาครัฐควรเร่งส่งเสริมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้คนจากทั่วโลกมาประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น รักษาอันดับ 1 ให้ได้นานที่สุด แต่ที่สำคัญเราต้องผลักดันสนับสนุนคนรุ่นใหม่ของไทยเข้าไปเรียนรู้และต่อยอดจากคนเก่งๆ ทั่วโลกที่อยากจะมาทำงานที่ประเทศไทย

ผมคิดว่าหากเรามีชุมชน Co-Working Space ของเราที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน Asia เป็นพื้นที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก มีที่พักกับการเดินทางที่สะดวก และมีการจัดให้มีสัมมนาทุกสัปดาห์ จะทำให้เราสามารถดึงกลุ่ม Digital Nomad นี้มาทำงานในเมืองไทยมากขึ้น และผลพลอยได้จากชุมชน Co-Working Space อันครึกครื้นก็คือเราจะสามารถสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าไปมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความรู้ ร่วมสร้างธุรกิจที่มีเป้าหมายระดับโลก Start Up เมืองไทยเราควรจะไปได้ไกลและเร็วกว่าเดิมครับ ขอบคุณทีมงาน HUBBA ครับ” โพสต์สุดท้ายของ ดร.สุรินทร์