หัวละยิ้ม “ช่างชัด” บาร์เบอร์ใจดีตัดผมฟรีริมคลองแสนแสบ

วันที่ 07 พ.ค. 2563 เวลา 18:04 น.
หัวละยิ้ม “ช่างชัด” บาร์เบอร์ใจดีตัดผมฟรีริมคลองแสนแสบ
พูดคุยกับ “ชัด-นภัสพี ทาหลง” พ่อค้าขายผ้าคลุมรถออนไลน์ใจดี ที่สละเวลายามว่างของตัวเองมาเป็นช่างตัดผมฟรีให้แก่ผู้คนในชุมชนสุเหร่าบ้านดอน

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ, ปัณณธร แจ้งประโคน   

ทุกๆ วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึง 17.00 น. ที่บริเวณท่าเรือด่วนคลองแสนแสบป้ายสถานีสุเหร่าบ้านดอน

ไม่ว่าจะต้องการทรงผมแบบไหน กันหนวดหรือโกนเคราสไตล์อะไร “ช่างชัด” หรือ “ชัด-นภัสพี ทาหลง” พร้อมให้บริการในราคาฟรีศูนย์บาท

เพียงแค่เธอยิ้ม

ชัดบอกจุดเริ่มต้นบาร์เบอร์ตัดผมฟรีริมคลองแสนแสบเกิดขึ้นมาประมาณ 3 เดือนแล้ว หลังจากไปเรียนตัดผมฟรีที่ศูนย์ฝึกอาชีพสวนลุมพินีเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เพื่อนำทักษะที่ได้กลับไปประกอบอาชีพที่บ้านเกิด

“อยากหาอาชีพที่กลับไปแล้วดูแลครอบครัวได้ที่บ้านเกิด” ช่างชัดระบุ “ตอนแรกต้องการที่จะฝึกความเก่ง ผมจึงไม่กล้าคิดเงินกับคนที่มาตัดผม เพราะเรียนมาก็เรียนฟรี”

แต่พอชัดได้มาตัดแค่วันสองวัน ไม่รู้ว่าตัดถูกใจหรือเพราะไม่คิดเงิน ตัดเสร็จแล้วเขาเห็นคนมาตัดยิ้ม ซื้อน้ำมาให้บ้าง ทักทายช่างไปไหน ความคิดที่เพื่อรับฝีมือก็เปลี่ยนเป็นความผูกพันและห่วงใยซึ่งกันและกัน

“เราตัดใกล้กับที่เราอยู่ เป็นแหล่งชุมชนที่มีทั้งคนมีรายได้ดีและรายได้น้อย จากแต่ก่อนที่ไม่ได้ตัดเราเห็นก็รู้สึกอีกอย่างหนึ่ง แต่พอมาตัดได้ฟังเขาเล่าระบายชีวิตเขา เขามีชีวิตแบบนี้ สู้แบบนี้ แล้วพอเขาเล่าแววตาเขายิ้ม เขายิ้มอย่างสุขใจที่ได้เล่า มันเหมือนเราได้แบ่งเบาความทุกข์ของเขา

“หลายคนไม่เข้าใจก็ถามว่าผมเลยไม่คิดจะเงินค่าข้าว ค่าอุปกรณ์ทุกอย่างแบบร้านตัดผมก็ได้ ต้องลองทำถึงจะรู้อย่างที่เขาบอกกันว่าทำดีแล้วสุขใจ รอยยิ้มเวลาที่เราให้ ทุกวันนี้ที่มาตัดผมเพื่อจะมีเวลาให้ลูกสาว หลายครั้งก็ต้องแบ่งเวลามาตรงนี้ ต้องบอกลูกว่าพ่อต้องไป เพราะเราอาจจะช่วยเขาได้มากกว่าการตัดผมฟรี”

ใจงามตามวิถีชนบท

หนุ่มนครพนมวัย 39 ปี พาเล่าย้อนถึงแรงบันดาลใจในการแบ่งปันเกิดจากการซึมซับแบบอย่างจากคุณตาซึ่งเป็น ‘จ้ำปู่ตา’ (ผู้ทำพิธีกรรมในการติดต่อสื่อสารกับวิญญาณปู่ตา) คอยช่วยเหลือชาวบ้านเมื่อตกทุกข์ได้ยาก ในตอนเด็กๆ ของชัดจึงเรียนรู้การให้โดยปริยายผ่านการเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือทำหยิบจับทำดอกไม้ กระทง น้ำมนต์ ฯลฯ

“ความรู้ทางสมุนไพรตาก็รักษาให้ฟรี ไม่คิดตังค์ เพราะรูปแบบวัฒนธรรมชาวบ้านชนบท ทุกคนรู้จักกัน ทุกคนเหมือนเป็นพี่น้องกันทั้งหมู่บ้าน ทำกับแกงก็ใส่ถ้วยข้ามไปให้บ้านหลังอื่นกิน พอชาวบ้านเขาหายกลับไปทำมาหากินได้ มีงานเทศกาลอะไรเขาก็จะเอาอาหาร เอาสิ่งของมาแบ่งคล้ายๆ ไหว้ครู”

ชัดบอกด้วยรอยยิ้มให้ฟังอีกว่า วันไหนที่ไม่มีภาระหน้าที่ช่วยชาวบ้าน คุณตาก็มักจะไปวัดทำบุญ เขาเองนั้นก็ติดซ้อนท้ายจักรยานไปทุกครั้ง การช่วยเหลือและการให้จึงค่อยซึมลึกลงในดีเอ็นเอและกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ที่ออกตัดผมฟรีทุกๆ วันจันทร์-ศุกร์ ณ ท่าเรือคลองแสนแสบ สถานีสุเหร่าบ้านดอน 

“เติบโตมาก็ไม่ได้มีฝันอะไร พ่อแม่ทำนาและรับจ้างทั่วไป เรียนปกติจบป.6 ก็ต่อมัธยมจนม.3 แต่ผมแค่อยากเป็นคนๆ หนึ่งที่มีคุณภาพ คุณภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่หาเลี้ยงพ่อแม่ได้ มีครอบครัวแล้วดูแลลูกกับภรรยาได้ แค่นั้นเอง ไม่อยากรวยอะไรมากมาย ง่ายๆ เป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ ใครขอให้ช่วยเหลือเราช่วยเขาได้ อยากเป็นที่พึ่งให้คนอื่นเขา” 

ความลำบากสอนให้ยิ่งให้

ก่อนจะช่วยคนอื่นได้อย่างที่คิด ก็ต้องมีหลักและยืนให้ได้ด้วยสองแข้งตัวเองก่อน บักหำชัดในวัย 20 จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยมีเพียงเป้หนึ่งใบสะพายติดหลังขึ้นรถไฟ

“บ้านนอกเนอะ สมัยนั้นงานหายาก อยากมีรายได้ช่วยเหลือครอบครัว เขาก็จะเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ และส่งเงินมาช่วยพ่อแม่ เราเห็นก็อยากหาเงินให้พ่อแม่”

และพอมีเหลือเก็บใครเดือนร้อนก็พอช่วยได้ คิดแค่นั้นก็มุ่งมาโดยที่ไม่รู้ว่าเมืองหลวงงานไม่ได้หากันง่ายๆ เข้ามาปุ๊บแล้วจะมีงานทำเลยในทันที ชัดเดินหางานอะไรก็ได้ที่เขารับ ผ่านร้านอาหารยังยกมือไหว้ของานแต่ก็ไม่มีใครรับ จนไปได้เอาร้านก๋วยเตี๋ยวที่เป็นคนอีสานบ้านเดียวกันยืนมือเข้าช่วยให้ทำงานตำแหน่งล้างจาน กระทั่งไปเจอประกาศในหนังสือพิมพ์ระบุต้องการพนักงานขายผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ในห้างสรรพสินค้า ชัดถึงได้เริ่มมีเงินส่งเสียพ่อแม่ 

“ถามว่าเราก็ลำบากกว่าจะดูแลตัวเองได้ แต่ถ้าจะท้อเพราะทำดีไม่เห็นได้ดี เป็นคนชั่วดีกว่า คิดแบบนี้หลายๆ คน สังคมมันก็แย่ ผมคิดแบบนั้นไม่ว่าจะช่วงชีวิตที่ดีหรือหลังจากนั้นทำไป10 ปี ขอรับของเจ้านายมามาเปิดกิจการเองแล้วเจ๊ง เปลี่ยนไปขับรถผู้บริหาร ขับรถให้ดารา ไม่มีเวลาให้ลูกเพราะเลิกงานบางทีดึกถึงตี1 ตี2

“จนตอนนี้เป็นพ่อค้าขายของออนไลน์ ขายสินค้าประเภทผ้าคลุมรถ ใช้ชื่อเพจ ‘ดูแลรักษารถ’ ผมก็ยังคิดแบบเดิมแบบนี้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะมีแต่คนเห็นแก่ตัวทั้งนั้น ไม่มีใครช่วยเหลือใคร เราไม่ทำต่อมันก็ยิ่งเลวร้ายไปกว่าเดิมนะสังคม”

โรงทานตัดผมแผนอนาคต

แม้ว่าตอนนี้การให้บริการตัดผมจะยังนับว่าเล็กน้อย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ฐานะมีมากขึ้นก็จะทำมากขึ้นตาม โดยชัดบอกว่าภายภาคหน้าการให้บริการตัดผมฟรีของตัวเองอยากให้บริการแก่ทุกๆ คนที่ยากไร้ตามเทศกาลงานวัดต่างๆ แบบคล้ายโรงทานอาหาร

ถ้าจะให้ชัดยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือภาพที่เขาให้เงินคนเร่รอนไปซื้อข้าวกิน 100 บาท ชัดบอกว่าจำได้เลยเห็นเขาไปซื้อมาแบ่งกินกันสามคน การยื่นมือเข้าไปได้ช่วยคนหนึ่งและคนๆ นั้นได้ไปช่วยคนอื่นอีก มันก็เกิดการส่งต่อๆ สิ่งดีแกกันและกัน 

“วางใจไว้ว่าอีกพักใหญ่ๆ ที่จะกลับบ้าน แรกเปิดร้านจะคิดถูกๆ ราคาแพงสุด80บาท พออยู่พอเพราะมีลูกสาวกำลังเรียน 6 ขวบ แต่ถ้ายืนได้แล้วคนไม่มี เด็กๆ ยากจนตัดให้ฟรี ยินดีตลอดชีวิตที่จะทำตัดตามเทศงานวัดแบบโรงทาน หรือที่ไหนที่เรารู้ ที่มีคนมาบอก

“คือมันเหมือนเขาต้องการความช่วยเหลือจากคนๆ หนึ่ง แต่มันไม่มีใครให้เขาได้ แต่เราให้เขาได้และสิ่งที่เราให้มันทำให้คนอื่นได้เห็นแล้วเกิดแรงบันดาลใจที่ทำต่อในสิ่งดีๆ นิดๆ หน่อยๆ ถือว่าเราได้สร้างคนดีๆ ในสังคมขึ้นมาอีกคนหนึ่งให้ไปถ่ายทอดให้คนอื่นอีกมันก็จะมีคนดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นมา

“มันก็เป็นความสุขที่ได้ทำให้เขาตรงนั้น คือสิ่งที่เราอยากทำเพื่อคนอื่นแล้วมาตอนนี้เราได้เป็นแล้ว มันเหมือนเป็นความฝันการอยากเป็นนักฟุตบอล โตขึ้นก็เป็นนักฟุตบอล”