กทม.เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นร.ในสังกัดชุดแรก33,048คน

วันที่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 16:59 น.
กทม.เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นร.ในสังกัดชุดแรก33,048คน
กทม.จัดหน่วยเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์นักเรียนในสังกัดม.1-ม.6 มีผู้ประสงค์ฉีด 33,048 คนคิดเป็น 88.21 % เข็มที่สองจะฉีดในวันที่ 25 ต.ค.

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการวัคซีนนักเรียนสังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร โดยมี นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. คณะผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ฉีดให้เด็กนักเรียนอายุระหว่าง 12–18 ปี ในพื้นที่กทม.ทุกสังกัดมีทั้งหมดมากกว่า 400,000 คน เบื้องต้นกทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์มาทั้งหมด 135,000 โดส จึงได้กำหนดฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมปลายทุกสังกัดในพื้นที่ก่อน ส่วนระดับมัธยมต้นเมื่อได้รับวัคซีนเพิ่มเติมก็จะดำเนินการจัดฉีดวัคซีนให้ต่อไป คาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์สำหรับฉีดให้เด็กนักเรียนอายุ 12–15 ปีเพิ่มเติม และสามารถฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนได้ครบทุกคนทั่วประเทศภายในเดือนนี้ ซึ่งเด็กที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกในวันนี้จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สองในอีก 3 สัปดาห์ คือ วันที่ 25 ต.ค.64 โดยเด็กนักเรียนที่รับการฉีดวัคซีนแล้วให้งดออกกำลังกาย 7 วัน และยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโควิด–19 เหมือนเดิม เนื่องจากถึงแม้ว่าจะรับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วก็ตาม ยังสามารถติดเชื้อโควิด–19 ได้ ทุกคนจึงต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันโควิด–19 อย่างเคร่งครัดต่อไป เมื่อดำเนินการจัดฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนครบตามที่แจ้งความประสงค์แล้ว

สำหรับ การเปิดภาคเรียนนั้นจะอยู่ในการพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกทม. ในการหารือแนวทางดำเนินการร่วมกัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด–19 เป็นสำคัญ หากสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และมีจำนวนผู้ป่วยน้อยลง ก็อาจจะสามารถกลับมาเปิดเรียนตามปกติได้ หรือผ่อนคลายกิจการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ ซึ่งในการเปิดโรงเรียนตามปกติจะต้องมีความพร้อมและมีความปลอดภัยตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านกายภาพ เรื่องการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ 85% ทั้งบุคลากรและนักเรียน รวมถึงเงื่อนไขด้านอื่น ๆ โดยจะต้องมีการหารือระหว่างและอยู่ในการพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกทม.รวมถึงดุลยพินิจของแพทย์ด้วย จากนั้นก็จะต้องนำมาตรการต่างๆ เข้าหารือใน ศบค. ก่อนว่าสามารถเปิดโรงเรียนตามปกติได้ไหม

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เด็กนักเรียนสังกัดกทม.ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 มีทั้งหมดประมาณ 37,500 คน ประสงค์เข้ารับวัคซีนประมาณ 33,000 คน คิดเป็นประมาณ 88% จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน ในส่วนที่หายไปประมาณ 12% อาจเกิดจากความไม่พร้อมหรือผู้ปกครองอาจจะยังไม่มั่นใจเลยยังไม่ยินยอมให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีน สำหรับการฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าอายุ 12–15 ปี ทั่วประเทศคาดว่า กระทรวงสาธารณสุขจะจัดสรรวัคซีนให้และสามารถฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มภายในเดือน ต.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม มีนักเรียนในสังกัดระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 ทั้งหมด 37,466 คน มีผู้ประสงค์รับวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน 33,048 คน คิดเป็น 88.21% ตามแผนจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ม. 4–6 ในเดือน ต.ค. 64 โดยมีโรงเรียนในสังกัดที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา โรงเรียนนาหลวง เขตทุ่งครุ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เขตประเวศ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ เขตประเวศ และโรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ เขตสวนหลวง และมีนักเรียน ม.4–6 ประสงค์ฉีดวัคซีนรวม 3,796 คน แบ่งเป็น ระดับชั้น ม. 4 จำนวน 1,473 คน ระดับชั้น ม. 5 จำนวน 1,286 คน ระดับชั้น ม. 6 จำนวน 1,037 คน