กอ.รมน.ชี้สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเตือนรับมือภัยก่อการร้าย
โฆษก กอ.รมน. วิเคราะห์สถานการณ์ตะวันออกกลางส่อเค้ายืดเยื้อแบบสงครามอสมมาตร เตือนภัยคุกคามรูปแบบใหม่ "หมาป่าเดียวดาย" ย้ำไทยเร่งสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความมั่นคง
KEY
POINTS
- Who & What: กอ.รมน. โดย พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ วิเคราะห์ว่าสงครามตะวันออกกลางเป็น "สงครามอสมมาตร" ที่ยืดเยื้อและเป็นบ่อเกิดของอุดมการณ์สุดโต่ง
- Where & Why: ความขัดแย้งในต่างแดนลุกลามสู่ภัยคุกคามรูปแบบ "หมาป่าเดียวดาย" ทั่วโลกผ่านโลกออนไลน์ เพราะการเสพสื่อในห้องเสียงสะท้อนที่กระตุ้นความรุนแรง
- How & When: ประเทศไทยรับมือผ่านกลไกบูรณาการพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการสร้างเครือข่ายประชาชน (สายด่วน 1374) และการบริหารจัดการน้ำมันสำรองเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ถอดรหัสสงครามอสมมาตร: ความขัดแย้งที่ไม่มีวันจบด้วยปัญญาศาตรา
พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยระบุว่านี่คือ "สงครามอสมมาตร" (Asymmetric Warfare) หรือการรบที่คู่กรณีมีศักยภาพทางทหารต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายที่เสียเปรียบจะเลี่ยงการปะทะโดยตรงและหันไปใช้กลยุทธ์กองโจรหรือการก่อการร้ายแทน ซึ่งประวัติศาสตร์อย่างสงครามเวียดนามได้พิสูจน์แล้วว่า หากไม่มีการใช้กำลังภาคพื้นดินยึดพื้นที่อย่างเด็ดขาด สงครามจะยืดเยื้อและยากจะหาผู้ชนะได้
สงครามในตะวันออกกลางปัจจุบันไม่ได้สู้กันเพียงรัฐต่อรัฐ แต่มีกลุ่มตัวแทน (Proxy) เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสมรภูมิกับพื้นที่พลเรือนเลือนลางลง
"การสังหารผู้นำกลุ่มก่อการร้ายไม่สามารถทำให้สงครามยุติได้ เพราะต้นเหตุที่แท้จริงคือชุดความคิด (Ideology)" พล.ต.ธรรมนูญ ระบุถึงแก่นแท้ของปัญหา
ในมุมมองความมั่นคง การใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียวอาจยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟ ความสูญเสียของเด็กและผู้บริสุทธิ์จะถูกเปลี่ยนเป็น "ภาพจำแห่งความแค้น" ที่หล่อเลี้ยงอุดมการณ์สุดโต่งให้คงอยู่สืบไป การแก้ปัญหาจึงต้องใช้การหักล้างแนวคิด (Counter Ideology) ควบคู่ไปกับการทูต ไม่ใช่เพียงการทำลายล้างทางกายภาพ
ภัยคุกคามยุคดิจิทัล: จาก "เซลล์" สู่ "หมาป่าเดียวดาย"
วิวัฒนาการของการก่อการร้ายได้ขยับเข้าใกล้ตัวมากขึ้น พล.ต.ธรรมนูญ ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มก่อเหตุที่ทำงานเป็นระบบเครือข่ายหรือ "เซลล์" (Cell) มาสู่รูปแบบ "หมาป่าเดียวดาย" (Lone Wolf) ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้สังกัดองค์กรชัดเจน แต่รับแนวคิดสุดโต่งผ่านโซเชียลมีเดียในลักษณะ "ห้องเสียงสะท้อน" (Echo Chamber) จนเกิดการตัดสินใจลงมือกระทำผิดด้วยตนเอง (Self-radicalization)
ภัยคุกคามประเภทนี้ตรวจจับได้ยากมากเนื่องจากไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มก้อน กอ.รมน. จึงต้องปรับยุทธศาสตร์จากการตั้งรับเป็นการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนภายใต้แนวคิด "It takes a network to defeat a network" เพื่อใช้เครือข่ายความร่วมมือเข้าต่อสู้กับเครือข่ายภัยคุกคาม
ความพร้อมของไทย: บูรณาการความมั่นคงมนุษย์และสติในการเสพสื่อ
ในส่วนของการเตรียมความพร้อม กอ.รมน. ยืนยันว่าไทยมีกลไกรับมือที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยเน้นไปที่ "ความมั่นคงของมนุษย์" (Human Security) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง พลเรือน ตำรวจ และทหาร โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ และผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลในระดับพื้นที่ จึงไม่ใช่เพียงกลไกทางการทหาร แต่คือกลไกการบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับประชาชนไทยไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่คือผลกระทบทางจิตวิทยาจากการเสพสื่อ (Media Literacy) การ "อิน" กับเหตุการณ์ต่างแดนจนเกินไปอาจนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบหรือความขัดแย้งในสังคมไทยเอง นอกจากนี้ในเชิงเศรษฐกิจ รัฐบาลมีแผนสำรองพลังงานไว้รองรับแล้ว ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินควร
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิก)


