เรือดำน้ำสหรัฐฯจมเรือรบอิหร่าน นาโตยิงสกัดขีปนาวุธมุ่งตุรกี
ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านลุกลาม เรือดำน้ำสหรัฐฯจมเรือรบอิหร่านใกล้ศรีลังกา เสียชีวิตจำนวนมาก นาโตสกัดขีปนาวุธสู่น่านฟ้าตุรกี
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเรือดำน้ำของ สหรัฐอเมริกายิงตอร์ปิโดจมเรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งทางใต้ของ ศรีลังกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 ราย ขณะเดียวกันระบบป้องกันภัยทางอากาศขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ได้ยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลของ อิหร่าน ที่มุ่งหน้าไปยัง ตุรกี เป็นครั้งแรกที่ตุรกีถูกดึงเข้าสู่สมรภูมิครั้งนี้โดยตรง
ขยายวงไกลถึงมหาสมุทรอินเดีย
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การโจมตีทางเรือครั้งนี้เกิดขึ้นห่างไกลจากอ่าวเปอร์เซียหลายพันกิโลเมตร โดยเรือรบที่ถูกจมคือ “IRIS Dena” ซึ่งกำลังเดินทางกลับจากอินเดียตะวันออก เบื้องต้นมีการช่วยเหลือลูกเรือได้ 32 คน พบศพแล้ว 87 ราย และยังสูญหายอีกประมาณ 60 คน จากกำลังพลราว 180 นาย
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่เรือดำน้ำสหรัฐฯ จมเรือรบของคู่ขัดแย้งในลักษณะนี้ สะท้อนการขยายตัวของสมรภูมิออกนอกตะวันออกกลางอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน การสู้รบที่ยืดเยื้อเป็นวันที่ห้า ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต เรือบรรทุกพลังงานกว่า 200 ลำยังคงทอดสมอรอความปลอดภัย ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
นาโตสกัดขีปนาวุธสู่ตุรกี
การยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่มุ่งหน้าสู่ตุรกีถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากตุรกีเป็นสมาชิกนาโตและมีกองทัพขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของพันธมิตร อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่มีสัญญาณว่าจะกระตุ้นมาตราการป้องกันร่วมตามมาตรา 5 ของนาโต
อิสราเอลถล่มเตหะราน ผู้นำสูงสุดคนใหม่จ่อผงาด
ด้าน อิสราเอล ยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายทางทหารในกรุงเตหะราน โดยระบุว่าได้ถล่มศูนย์บัญชาการด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึงกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านจากการโจมตีทางอากาศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองภายในประเทศ
แหล่งข่าวระบุว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ กลายเป็นตัวเต็งสืบทอดตำแหน่ง สะท้อนแนวโน้มที่ฝ่ายสายแข็งยังคงกุมอำนาจ ขณะที่สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านเตรียมประกาศรายชื่อผู้นำคนใหม่เร็วๆนี้


