ทัพภาค 4 สั่งลดโทษขัง “จ่าจำปา” เหลือ 7 วัน ชี้ผิดจริงแต่มีเหตุจำเป็นต้องดูแลแม่ป่วยหนัก

วันที่ 23 เม.ย. 2563 เวลา 11:55 น.
ทัพภาค 4 สั่งลดโทษขัง “จ่าจำปา” เหลือ 7 วัน ชี้ผิดจริงแต่มีเหตุจำเป็นต้องดูแลแม่ป่วยหนัก
กองทัพภาค 4 สั่งลดโทษขัง จ.ส.อ.พีระศักดิ์ จำปา เหลือ 7 วันปมเถียงผู้ว่าฯตรัง ชี้ผิดจริงแต่มีความจำเป็นกลับไปดูแลมารดาป่วยหนัก ปัดทวนคำสั่งไม่ใช่เพราะกระแสสังคม

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยถึงกรณีผู้บังคับบัญชากองพลทหารราบที่ 5 สั่งขัง จ.ส.อ.พีระศักดิ์ จำปา เป็นเวลา 45 วัน พร้อมงดเบี้ยบำเหน็จครึ่งปีหลัง จากกรณีเกิดเหตุการณ์โต้เถียงกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ขณะเดินทางกลับบ้านเพื่อไปดูแลมารดาที่ป่วย ว่า ตามที่คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 ได้เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้ถูกสั่งลงทัณฑ์ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจในวันเกิดเหตุ พยานบุคคลและพยานแวดล้อมอื่นๆอย่างรอบด้าน

สรุปได้ว่า ถึงแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของ จ.ส.อ.พีระศักดิ์ จำปา จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรและไม่ปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตน ที่ได้สั่งการให้ทหารทุกคนปฏิบัติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่ได้ออกประกาศไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลและส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะได้รับการลงทัณฑ์สถานหนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และ จ.ส.อ.พีระศักดิ์ ได้สำนึกผิดว่าได้กระทำผิดวินัยทหารจริง ประกอบกับที่ผ่านมาได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ส่งผลดีต่อทางราชการและไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรปรานี สมควรลงทัณฑ์จำขัง มีกำหนด 7 วัน ตั้งแต่ 17 - 23 เม.ย. 63 ณ เรือนจำ มทบ.43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

โฆษกกองทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การทบทวนการสั่งลงทัณฑ์ครั้งนี้ ไม่ใช่กระแสสังคมมากำหนด แต่เป็นไปตามขั้นตอนของการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับ โดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้วว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ

สำหรับการดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ยังคงให้ทีมแพทย์ของหน่วยทหารเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลตามห้วงเวลาให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพล อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ