"ไพบูลย์"ขู่แฉมลทิน"สมเด็จช่วง"จับตาประชุม11ม.ค.ตั้งสังฆราช

วันที่ 09 ม.ค. 2559 เวลา 09:07 น.
"ไพบูลย์"ขู่แฉมลทิน"สมเด็จช่วง"จับตาประชุม11ม.ค.ตั้งสังฆราช
ดีเอสไอยันไม่มีอำนาจถอดธัมมชโย เผยยังสอบเจ้าอาวาสวัดปากน้ำครอบครองรถหรู

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ม.ค. 2559 เชื่อว่าจะมีการประชุมของมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องดู ท่าว่าการประชุมในครั้งนี้ผลจะออกมาอย่างไร

ทั้งนี้ หากที่ประชุมมีมติแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ จะนำข้อมูลที่ได้รวบรวมอยู่ในขณะนี้ว่า เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมีมลทินในเรื่องใดบ้าง พร้อมชี้แจงรายละเอียดมลทินในแต่ละประเด็นว่าเป็นอย่างไร และแฉข้อมูลทั้งหมดต่อสังคม

"สำหรับข้อมูลที่รวบรวมนั้น จะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำนักราชเลขาธิการและองคมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบความเหมาะสมและคุณสมบัติว่าสมควรได้รับการแต่งตั้งหรือไม่ ส่วนจะเดินทางไปยังที่ประชุม ของ มส.หรือไม่ ผมคงไม่ไปแต่จะคอยดูท่าทีการประชุม" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมีข้อครหาอยู่หลายประการ โดยเฉพาะการปกป้องและคุ้มครองพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ให้ต้องปาราชิกและสนับสนุนให้เลื่อนชั้นสมณศักดิ์ในภายหลังด้วย จึงควรชะลอการดำเนินการพิจารณาแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชจนกว่าคดีความของพระธัมมชโยจะยุติ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ พระพุทธะอิสระจะเดินทางไปยังที่ประชุมของ มส. ที่พุทธ มณฑล จ.นครปฐม เพื่อคัดค้าน การแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ เนื่องจากไม่มีความเหมาะสมในเรื่องคุณสมบัติ

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า กรณีที่พระพุทธะอิสระร้องเรียนเรื่องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ว่าปาราชิกขาดจากความเป็นพระตามลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชนั้น ตรวจสอบพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของ ดีเอสไอ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสงฆ์

อย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ มส.ให้ไปดำเนินการถอด พระธัมมชโยออกจากการเป็นพระต่อไป ขณะเดียวกันจะมีการติดตามความคืบหน้าไปยัง พศ.ต่อไป

"ส่วนการตรวจสอบพระชั้นผู้ใหญ่ที่เชื่อมโยงกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านการบริจาคให้กับวัดธรรมกาย โดยหนึ่งในข้อร้องเรียนระบุให้ ตรวจสอบทรัพย์สินของสมเด็จ พระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งได้รับทองคำมาจากวัดธรรมกาย ดีเอสไอพิจารณาแล้วพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิดอาญา จึงส่งเรื่องให้ พศ.ตรวจสอบเพื่อดำเนินการทางสงฆ์ ส่วนอีกกรณีที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ครอบครองรถยนต์หรูจดประกอบ คดีนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการของดีเอสไอ" พ.ต.ต. วรณัน กล่าว