
เมื่อสหรัฐฯอาจสูญเสียตำแหน่งเบอร์หนึ่งทางอวกาศแก่จีนในไม่ช้า
รายงาน ITIF ชี้อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนอาจแซงสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำอวกาศโลก พร้อมเปลี่ยนสมดุลอำนาจในอนาคต
ข้อมูลนี้มาจากรายงานของ Information Technology and Innovation Foundation (ITIF) สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าอุจสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และอาจขึ้นแซงหน้าสหรัฐฯเป็นผู้นำทางอวกาศโลกในไม่กี่ปี
อันที่จริงจีนก้าวขึ้นมาเป็นอันดับสองด้านเทคโนโลยีอวกาศโลกแซงหน้ารัสเซียมาพักใหญ่ ล่าสุดยังมีกาขยายอุตสาหกรรมอวกาศอย่างก้าวกระโดด ผลจากการสนับสนุนที่เข้มแข็งของรัฐบาลจีน ทั้งในด้านเงินทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้มูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศของจีน จากเดิมที่เป็นรัฐวิสาหกิจให้กลายเป็นเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ จนผลักดันให้เกิดการแข่งขันในระดับสูง ส่งผลต่อความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของนวัตกรรม ที่ถูกนำมาใช้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร
ปัจจุบันเทคโนโลยีอวกาศของจีนมีตั้งแต่ระบบตรวจจับและภาพถ่ายทางอากาศ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม เทคโนโลนยีสกัดกั้นดาวเทียม ซึ่งจีนแซงหน้าไปแล้ว ส่วนสถานีอวกาศยังคงสูสีกัน จะมีก็เพียงระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และเทคโนโลยีทางด้านจรวดที่จีนยังด้อยกว่าอยู่บ้าง
นั่นทำให้เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้ทำหน้าที่เพียงอวดแสงยานุภาพของมหาอำนาจ แต่เป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะเสริมความแข็งแกร่งทั้งในด้านพลเรือนและทหาร นั่นทำให้การที่สหรัฐฯถูกไล่ตามจนอาจเสียความได้เปรียบนี้ กลายเป็นอีกประเด็นสำคัญที่จะก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน
ในอนาคตสงครามและความได้เปรียบเหล่านี้อาจนำไปสู่สงครามอวกาศให้เกิดขึ้นจริงก็เป็นได้







