
สตง.แจงงบเช่าที่ดิน รฟท. 700 ล้าน ผูกพัน 15 ปี ไม่ใช่จ่ายก้อน
สตง.ชี้งบเช่าที่ดิน รฟท.กว่า 700 ล้านบาทเป็นกรอบผูกพัน 15 ปี จ่ายจริงเฉลี่ยปีละ 38 ล้าน ยันต้องตั้งงบต่อเพราะสัญญายังมีผล แม้โครงการสะดุด
KEY
POINTS
- สตง. ชี้แจงว่า งบประมาณเช่าที่ดิน รฟท. กว่า 700 ล้านบาท เป็นกรอบงบประมาณผูกพันระยะยาว 15 ปี (พ.ศ. 2560-2576) ไม่ใช่การจ่ายเงินก้อนเดียว
- แม้โครงการก่อสร้างอาคารจะหยุดชะงัก แต่ สตง. ยังคงต้องจ่ายค่าเช่ารายปี เนื่องจากสัญญาเช่ายังมีผลบังคับใช้และยังไม่สามารถส่งคืนพื้นที่ได้
- สตง. ได้บอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างก่อสร้างแล้ว และกำลังประสานงานกับ รฟท. เพื่อหาแนวทางคืนพื้นที่ หรืออาจโอนสิทธิการเช่าให้หน่วยงานอื่นต่อไป
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ย่านพหลโยธิน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องค่าเช่ามูลค่าสูง แม้โครงการก่อสร้างหยุดชะงัก โดยยืนยันว่า วงเงินกว่า 700 ล้านบาท ไม่ใช่การจ่ายเงินก้อนเดียว แต่เป็นกรอบงบประมาณผูกพันระยะยาว 15 ปี
สตง. ระบุว่า วงเงินดังกล่าว หรือประมาณ 764 ล้านบาทตามการขยายพื้นที่เช่าเพิ่มเติม เป็นกรอบงบประมาณผูกพันตั้งแต่ปี 2560-2576 โดยที่ผ่านมาได้ชำระค่าเช่าจริงเฉลี่ยปีละประมาณ 38 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 จนถึงปัจจุบัน
สำหรับการตั้งงบประมาณค่าเช่าในปี 2570 สตง. ชี้แจงว่า เนื่องจากสัญญาเช่าที่ดินยังมีผลบังคับใช้ และยังไม่มีการยกเลิกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้รับจ้างก่อสร้างเดิมยังไม่ได้ส่งคืนพื้นที่ให้แก่ สตง. แม้หน่วยงานจะมีหนังสือแจ้งให้คืนพื้นที่มาโดยตลอด
สตง. ระบุว่า หน่วยงานยังมีพันธะผูกพันตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานของรัฐเป็นฝ่ายผิดสัญญา และอาจทำให้รัฐเสียประโยชน์
ภายหลังเหตุการณ์อาคารถล่มเมื่อปี 2568 สตง. ได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาจ้างกับผู้รับจ้าง พร้อมเรียกค่าปรับและค่าเสียหายแล้วตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับ รฟท. และกรมธนารักษ์ เพื่อหาแนวทางคืนพื้นที่และจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า สตง. อาจไม่มีความต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวแล้ว และมีกระแสว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สนใจเข้าใช้พื้นที่แทน โดยตามเงื่อนไขสัญญาเช่าเดิม สตง. สามารถโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงได้ หากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก รฟท.
สตง. ยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย โปร่งใส และยึดการรักษาผลประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ ภายใต้ปณิธานว่า “เงินแผ่นดินนั้น คือเงินของประชาชนทั้งชาติ”







