
ทุนวัฒนธรรมไทยเบอร์ 1 เอเชีย Grab เร่งต่อยอด Soft Power สู่ฐานผู้ใช้ 54 ล้านคน
ไทยที่ 1 เอเชียด้านทุนวัฒนธรรม และอันดับ 8 ของโลก Grab เร่งต่อยอด Soft Power ชูยุทธศาสตร์ T-A-S-T เชื่อมเสน่ห์อาหาร วิถีชีวิต และสินค้าชุมชนไทยสู่ฐานผู้ใช้งาน 54 ล้านคน
KEY
POINTS
- ไทยที่ 1 เอเชียด้านทุนวัฒนธรรม และอันดับ 8 ของโลก Grab จับมือกระทรวงวัฒนธรรม เร่งต่อยอด Soft Power
- ชูยุทธศาสตร์ T-A-S-T-E เชื่อมเสน่ห์อาหาร วิถีชีวิต ท่องเที่ยว และสินค้าชุมชนไทยสู่ฐานผู้ใช้บริการ 54 ล้านคน และนักท่องเที่ยวทั่วโลก
- พร้อมเผย Grab ดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าสู่ไทยกว่า 1.5 แสนล้านบาท
ในมิติของทุนทางวัฒนธรรม ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้มีความแข็งแกร่งด้านทุนทางวัฒนธรรมเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 8 ของโลก
โดยข้อมูลดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นเปิดเผยภายในงานเสวนาเชิงยุทธศาสตร์ Grab Next 2026 ภายใต้แนวคิด The TASTE THAI : เสริมสร้างเสน่ห์ไทย สู่มิติใหม่ที่ดีกว่า ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้นำภาคเอกชน ผู้กำหนดนโยบาย และสื่อมวลชน มองหาโอกาสในการต่อยอดศักยภาพของประเทศสู่การเติบโตในอนาคต
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้ขัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นเสาหลักสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 13%- 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 2.7 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียวมีมูลค่าสูงถึง 1.63 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล คำถามสำคัญคือ การเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น โบราณสถาน และโบราณวัตถุ และจับต้องไม่ได้ เช่น อาหาร สมุนไพร ศิลปะการแสดง ไปสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?
นางสาวจันต์สุดา กล่าวต่อว่า ปรากฏการณ์ระดับโลกในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ Soft Power ไทยในสื่อดิจิทัลอย่างชัดเจน ตั้งแต่การที่ ลิซ่า Blackpink นำส้มตำไปสร้างกระแสไวรัลในรายการ The Tonight Show สร้างการรับรู้ทางออนไลน์นับล้านครั้ง
หรือการที่แอร์โฮสเตส AI จากนอร์เวย์นำข้าวเหนียวมะม่วงมาโปรโมทสายการบิน หรือการที่ เนเน่ ร้องเพลงร็อคพร้อมสวมชุดผ้าไทยบนเวที America's Got Talent (AGT) รวมไปถึงแคมเปญ Amazing Thailand ณ ทะเลบัวแดง ที่สามารถผลักดันยอดทราฟฟิกท่องเที่ยวเติบโตขึ้นถึง 80%
Grab ฐานผู้ใช้ 54 ล้านคน
Grab ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานกว่า 54 ล้านคน ใน 8 ประเทศ ในการทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม O2O" (Offline-to-Online) นำพาคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจจริง
โดยในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566–2567) Grab ประเทศไทย สามารถดึงดูดและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจากนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศได้มากกว่า 1.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ Grab มองว่า ทุนทางวัฒนธรรมของไทยต้องไม่หยุดแค่นี้ ต้องได้รับการเชื่อมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนแรงปรารถนาของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลายเป็นการสร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
กรอบ T-A-S-T-E : 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
นางสาวจันต์สุดา กล่าวว่า Grab ได้วางกรอบการดำเนินงานหลักภายใต้แนวคิด T-A-S-T-E ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของประสบการณ์นักท่องเที่ยวและการเติบโตของผู้ประกอบการไทย
1.T - Travel: การเดินทางปลอดภัย
มิติการเดินทาง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ User Journey นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย มักมีระยะเวลาพำนักแบบระยะสั้น (Short-term stay) เฉลี่ยประมาณ 4 วัน และมีการใช้บริการเดินทางอย่างน้อยวันละ 1 ถึง 2 ครั้ง การที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแอปพลิเคชัน Grab ติดตั้งอยู่แล้วตั้งแต่ประเทศต้นทาง ทำให้สามารถเปิดใช้งานต่อเนื่องในประเทศไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่
เพื่อทลายกำแพงภาษาและเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัย Grab ได้พัฒนาระบบ AI แปลภาษาในแอปพลิเคชันรองรับถึง 9 ภาษา (ครอบคลุมภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และภาษาหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พร้อมทั้งเปิดตัวฟีเจอร์ PIN Code ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวและผู้ขับขี่จับคู่รหัส เพื่อขึ้นรถได้ถูกต้องและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอคอย
นอกจากตัวเลือกรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่าง Mercedes-Benz, BMW หรือ Toyota Alphard แล้ว Grab ยังได้นำเอกลักษณ์ท้องถิ่นอย่าง "รถแดง" เมืองเชียงใหม่ ขึ้นมาให้บริการบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์การเดินทางแบบท้องถิ่นอย่างปลอดภัย
ในเชิงการเชื่อมต่อข้อมูล Grab ได้ร่วมมือกับ กระทรวงวัฒนธรรม และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการติดตั้งจุดสแกน QR Code บนม้านั่ง ณ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวสแกนเข้าถึงคู่มือท่องเที่ยวดิจิทัล (Guidebook) ภาษาไทย อังกฤษ และจีน แนะนำเส้นทางตามรอยวัฒนธรรม อาทิ วัดอุโมงค์ วัดพระสิงห์ คาเฟ่บ้านข้างวัด ร้านข้าวโซอิ (Khao So-i) และพระธาตุดอยสุเทพ
ทั้งนี้ สถิติจากแพลตฟอร์มระบุว่า ในปีที่ผ่านมา Grab ได้นำพานักท่องเที่ยวเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสูงถึง 3.6 ล้านครั้ง
นอกจากนี้ การที่ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ส่งผลให้ปริมาณการเรียกรถ Grab ไปยังพื้นที่ดังกล่าวเติบโตขึ้นทันที 30% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการตอบรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว
2. A - Awake: การเปิดรับประสบการณ์ วิถีชีวิต และเทศกาลไทย
การท่องเที่ยวไทยมิได้มีเพียงการเยี่ยมชมสถานที่ แต่ยังรวมถึงการเข้าร่วมเทศกาลและสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม ในปีที่ผ่านมา Grab ได้นำพานักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเทศกาลสำคัญทั่วประเทศ อาทิ ประเพณีสงกรานต์ งานลอยกระทง และงานแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี รวมกว่า 3 ล้านคน
สิ่งที่น่าสนใจคือ เทศกาลสงกรานต์ของไทยสามารถดึงดูดปริมาณทราฟฟิกนักท่องเที่ยวแซงหน้าเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella ที่สหรัฐอเมริกา (ซึ่งมีผู้เข้าร่วมราว 500,000 คน) โดยยอดการเรียกรถ Grab ไปยังพื้นที่จัดงานสงกรานต์หลัก เช่น มหาสงกรานต์, S2O และ Siam Songkran Festival เติบโตขึ้นถึง 20%
ในด้านภูมิปัญญาไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจใน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การนวดไทย การชมโขน การชมโนรา และการชมมวยไทย ซึ่งมีผู้เดินทางผ่าน Grab ไปยังสถานที่เหล่านี้รวมกว่า 300,000 คน โดยเฉพาะ สนามมวยราชดำเนิน มีอัตราการเติบโตของการเรียกรถเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า (200%) เป็นผลจากการยกระดับการแสดงมวยไทยแม่ไม้ดั้งเดิมเข้ากับระบบแสงสีเสียงสมัยใหม่
3. S - Support: การสร้างโอกาสแก่สินค้าชุมชน
แพลตฟอร์ม GrabMart ได้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยสัดส่วนร้านค้าบน GrabMart สูงถึง 74% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs) และร้านค้าชุมชน
เดิมทีผู้บริโภคอาจมอง GrabMart เป็นช่องทางสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่ในปัจจุบัน สินค้าวัฒนธรรมและสินค้าท้องถิ่นได้ถูกนำขึ้นสู่ระบบอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น กางเกงช้าง ยาดมสมุนไพร เทียนหอม ครกหิน ลูกประคบสมุนไพร งานเครื่องสาน ผ้าไหมไทย และชุดไทย
ความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งผลให้ยอดการช้อปปิ้งสินค้ากลุ่มนี้บน GrabMart เติบโตขึ้น 50% ในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เทียนหอม ยาดม และก้านไม้หอม ซึ่งทำยอดขายรวมกันสูงถึง 250,000 ชิ้น
นอกจากนี้ Grab ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมในการนำสินค้า CPOT (Cultural Product of Thailand) เข้าสู่ระบบ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืนแก่ชาวบ้านและชุมชนท้องถิ่น
4. T - Transform: การขับเคลื่อนแบรนด์ไทยและอาหารไทยสู่เวทีโลก
ยุทธศาสตร์ Transform คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้บริการในประเทศสู่การเป็น "สปอร์ตไลท์" นำพาแบรนด์ไทยไปเติบโตในต่างแดน ผ่านเครือข่ายของ Grab ที่ครอบคลุม 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรณีศึกษาอย่าง ร้านเอมิลี่ ไก่ฉีก (Emily's Chicken Noodle) ซึ่งเติบโตขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดย Grab ได้นำข้อมูลพฤติกรรมการค้นหา (Search Data) ของผู้บริโภคในสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีการค้นหาเมนูก๋วยเตี๋ยวอย่างต่อเนื่อง มาใช้วางแผนการเปิด Pop-up Store และพัฒนาระบบจัดส่งอาหาร (Food Delivery) ร่วมกับ Grab Singapore จนประสบความสำเร็จไปแล้ว
นอกจากนี้ แคมเปญระดับภูมิภาค Five Star Eats ยังได้ชูเมนูอาหารไทยเป็นหมวดหมู่หลักในการโปรโมททุกประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีที่ผ่านมา ยอดขายอาหารไทยบนแพลตฟอร์ม Grab ทั่วทั้งภูมิภาคมีมูลค่ารวมสูงกว่า 22,000 ล้านบาท
ในระดับโลก Grab ได้นำแบรนด์อาหารไทยขึ้นไปประชาสัมพันธ์บน จอโฆษณายักษ์ ณ ย่าน Times Square นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับสากลแก่แบรนด์ไทยชั้นนำ เช่น เอมิลี่ หมี่ไก่ฉีก, ขนมไข่หาบ, ชาไทยการัน (Karun), ข้าวโซอิ (Khao So-i), ลูกก้อ (Look Kwo) และ ก๋วยเตี๋ยวรุ่งเรือง
5. E - Elevate: การยกระดับและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอาหาร
ในเสาหลักสุดท้าย Grab ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารที่กำลังจะสูญหาย ผ่านโครงการ "The Lost Taste" ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม นำเมนูไทยโบราณที่หาทานยากกลับมาเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม เช่น แกงรันจวน (แกงหมูต้มยำใส่น้ำซุปกะปิกลิ่นหอม) ลาบปูนา และ ปลาป่น เพื่อให้คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคไทยได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นางสาวจันต์สุดา กล่าวว่า ความท้าทายในระยะถัดไปคือการรับมือกับปัจจัยความผันผวนของราคาน้ำมันและสภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ด้วยโครงสร้างความต้านทานที่แข็งแกร่งและศักยภาพของทุนวัฒนธรรมไทยที่ติดอันดับ 1 ของเอเชีย การผสานพลังแพลตฟอร์มดิจิทัลจะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการผลักดันให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป







