
โรงงานยุคใหม่ต้องมีมากกว่าไฟฟ้า! เปิดโมเดล AAT ใช้โซลาร์ 14 MW
AAT ใช้โซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์ลอยน้ำรวม 14 เมกะวัตต์ รองรับไฟฟ้า 25% ของโรงงาน พร้อมบริหารจัดการน้ำหมุนเวียน ต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
KEY
POINTS
- บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (AAT) ผู้ผลิตรถยนต์ ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 2 รูปแบบ (บนหลังคาและลอยน้ำ) กำลังผลิตรวม 14 เมกะวัตต์ เพื่อใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้ประมาณ 25%
- โมเดลนี้เป็นความร่วมมือกับ WHAUP ซึ่งเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการระบบพลังงานสะอาดทั้งหมด ทำให้โรงงานสามารถเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้โดยไม่ต้องลงทุนเอง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100%
- โรงงานยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่พลังงานไฟฟ้า แต่ยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสร้างความยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
AAT ใช้โซลาร์ 14 MW ผลิตรถยนต์ ลดพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก ดันโรงงานสู่พลังงานสะอาด
การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการจัดการพลังงานและทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโรงงานยุคใหม่
กรณีของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AAT ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง เป็นอีกตัวอย่างของการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 14 เมกะวัตต์ และสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้ประมาณ 25%
โครงการดังกล่าวพัฒนาโดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ผ่านระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 รูปแบบ ได้แก่ Solar Rooftop บนหลังคาโรงงาน กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์
และ Floating Solar หรือโซลาร์ลอยน้ำ กำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ โดยระบบดังกล่าวส่งไฟฟ้าเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรง
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง WHAUP กับ AAT
ซึ่งเดิมใช้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรม ก่อนขยายมาสู่การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด โดย WHAUP เป็นผู้ลงทุน พัฒนา และบริหารจัดการระบบ ทำให้โรงงานสามารถเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนโดยไม่ต้องลงทุนระบบเอง
ด้านนายซิลวิโอ อิลลิ (Mr. Silvio Illi) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสองโครงการสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้ประมาณ 25%
และเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด โดยบริษัทมีเป้าหมายระยะยาวในการใช้พลังงานสะอาด 100%
กรณีของ AAT สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา แต่ยังสามารถพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่และความต้องการใช้พลังงานของโรงงาน
ขณะเดียวกัน การให้ผู้ให้บริการพลังงานเป็นผู้ลงทุนและบริหารระบบยังช่วยลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้นของผู้ประกอบการ
น้ำหมุนเวียน อีกโจทย์สำคัญของเมืองอุตสาหกรรม
นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานการผลิตและการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ และมีความต้องการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง
WHAUP ระบุว่า บริษัทพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำตั้งแต่การจัดหาและผลิตน้ำอุตสาหกรรม การบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation) โดยมีโรงงานบำบัดน้ำหมุนเวียนเพื่อกลับมาใช้ใหม่ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (WHA ESIE 1)
ระบบดังกล่าวใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำขั้นสูงเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตน้ำมูลค่าเพิ่ม (Value-added Water) และน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) สำหรับกระบวนการผลิตที่ต้องการคุณภาพน้ำเฉพาะด้าน
แนวทางนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ ลดการพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
นายอัครินทร์กล่าวว่า น้ำและพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันทั้งสองด้านควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุน ลดความเสี่ยงด้านทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
จับตา Direct PPA เปิดทางเลือกพลังงานสะอาดให้ภาคธุรกิจ
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 WHAUP ตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ลงนามแล้วสะสมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,124 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้เป็นพลังงานหมุนเวียน 596 เมกะวัตต์
บริษัทมองว่า ความต้องการใช้พลังงานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) และการเปิดโอกาสให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าภายใต้หลักเกณฑ์ Third-Party Access (TPA) ถือเป็นอีกปัจจัยที่ภาคธุรกิจพลังงานจับตามอง
นายอัครินทร์ระบุว่า WHAUP มีความพร้อมในการต่อยอดธุรกิจจากพลังงานหมุนเวียนหลายรูปแบบ ทั้ง Solar Rooftop, Floating Solar และ Solar Farm รวมถึงเตรียมพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนระบบพลังงาน
เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) การซื้อขายพลังงานระหว่างผู้ใช้ (Peer-to-Peer Energy Trading) และบริการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อย่างไรก็ตาม โอกาสจาก Direct PPA ยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนของหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดำเนินงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดรูปแบบการลงทุนและการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เมืองอุตสาหกรรมในอนาคตไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะด้านทำเล เงินลงทุน หรือกำลังการผลิตอีกต่อไป แต่ยังต้องมีระบบพลังงานที่มั่นคง มีทางเลือกจากพลังงานสะอาด
และมีระบบบริหารจัดการน้ำที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพราะโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม ควบคู่กับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
แหล่งข้อมูล: บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) โดยนายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) โดยนายซิลวิโอ อิลลิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร







