
ธปท. ชี้เงินเฟ้อ ต.ค. ใกล้เคียงคาด ทรงตัวใกล้ 4% ช่วงไตรมาส 4/69-1/70
ธปท.ชี้เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% ใกล้เคียงคาด กนง. ประเมินทรงตัวใกล้ 4% ช่วงไตรมาส 4/69-1/70 จากราคาน้ำมันและอาหารสด ก่อนลดลงอย่างมีนัย จึงมีมติคงดอกเบี้ยพยุงการฟื้นตัวเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- เงินเฟ้อทั่วไปเดือนตุลาคม 2569 ขยายตัว 3.90% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
- ธปท. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับใกล้เคียง 4% ต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ถึงไตรมาส 1 ปี 2570
- ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงมาจากราคาน้ำมันและราคาอาหารสด ซึ่งเป็นปัจจัยด้านอุปทาน
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของไทย เดือนตุลาคม 2569 สูงขึ้น 3.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน และเป็นการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 44 เดือนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (AoA)
นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคม ออกมาใกล้เคียงกับที่ ธปท. ประเมินไว้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
โดยในการประชุมดังกล่าว กนง. ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งตัวขึ้นในเดือนตุลาคม และจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับ 4% ต่อปี ในไตรมาส 4/2569 และในไตรมาส 1/2570 จากผลของราคาน้ำมันและราคาอาหารสด ซึ่งเป็นปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ แต่จะปรับลดลงอย่างมีนัยในไตรมาสที่เหลือของปีหน้า กนง. จึงมีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาวะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องมีจำกัด
อย่างไรก็ดี กนง. จะติดตามความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าที่ประเมินไว้จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน และการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการไปยังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง เพื่อประกอบการตัดสินนโยบายในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป
สำหรับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง ตลาดมีความคาดหวังมากขึ้นว่า อาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้รัฐบาลสหรัฐฯ หาทางยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก (ราคา ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน จาก 3 พฤศจิกายน Brent ลดลงจาก 105.2 เป็น 96.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ หลังการเลือกตั้ง ซึ่งมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และอาจมีการยกระดับการโจมตีได้
ทั้งนี้ ผลต่อเงินเฟ้อไทย ราคาน้ำมันในประเทศอาจจะไม่ได้ปรับลดลงเร็วเท่าน้ำมันโลก เนื่องจากต้องทยอยเก็บเงินเพื่อชดเชยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบ และผลต่อเงินเฟ้อโดยรวมยังขึ้นอยู่กับการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมายังราคาสินค้าและบริการด้วย







