posttoday
ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน

31 ตุลาคม 2569

จากธุรกิจสินค้าเกษตรท้องถิ่นอายุ 17 ปี สู่เครือข่ายเกษตรกรกว่า 200 ราย ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคเหนือ “ไพศาล สมศรี” เผยเบื้องหลังการปรับธุรกิจครั้งใหญ่ ตั้งแต่ลงทุนเครื่องจักรยกระดับคุณภาพการผลิต 50% จนถึงผลักดันเกษตรกรกว่า 2,000 รายในแม่ฮ่องสอนสู่มาตรฐาน GAP ผ่านความร่วมมือกับ CPF ในโครงการ Partner to Grow

KEY

POINTS

  • จากธุรกิจสินค้าเกษตรท้องถิ่นอายุ 17 ปี สู่เครือข่ายเกษตรกรกว่า 200 ราย ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคเหนือ
  • “ไพศาล สมศรี” เผยเบื้องหลังการปรับธุรกิจครั้งใหญ่ ตั้งแต่ลงทุนเครื่องจักรยกระดับคุณภาพการผลิต 50%
  • จนถึงผลักดันเกษตรกรกว่า 2,000 รายในแม่ฮ่องสอนสู่มาตรฐาน GAP ผ่านความร่วมมือกับ CPF ในโครงการ Partner to Grow

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ บางครั้งอาจไม่ได้มาจากแผนลงทุนขนาดใหญ่หรือกลยุทธ์ที่ซับซ้อน แต่อาจเริ่มจากคำถามง่ายๆของผู้ประกอบการคนหนึ่งว่า หากกล้าที่จะเปลี่ยนจากสิ่งที่เคยทำ เราจะสร้างโอกาสให้ธุรกิจและคนรอบตัวเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิมแค่ไหน

 

คำถามนี้คือจุดตั้งต้นของ “ไพศาล สมศรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด ผู้ประกอบการท้องถิ่นจากจังหวัดลำพูนที่มองเห็นทั้งโอกาสและข้อจำกัดของสินค้าเกษตรภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และผักสด ซึ่งแม้จะเป็นผลผลิตที่มีศักยภาพ แต่เกษตรกรยังต้องเผชิญโจทย์สำคัญทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน การเข้าถึงตลาด และความมั่นคงของรายได้

 

แทนที่จะปล่อยให้ธุรกิจดำเนินไปตามรูปแบบเดิม “ไพศาล” เลือกที่จะขยับบทบาทของตัวเองจากผู้ประกอบการที่รับซื้อและจำหน่ายสินค้าเกษตร ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาระบบการผลิตและตลาดที่เชื่อมโยงเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

 

นี่คือเส้นทางกว่า 17 ปีของ “ยิ่งไพศาลการเกษตร” ธุรกิจที่ไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง แต่เลือกสร้างโอกาสไปพร้อมกับเครือข่ายเกษตรกรกว่า 200 ราย ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน พร้อมแผนขยายสาขาใหม่อีก 2 แห่งภายในสิ้นปีนี้
 

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน

 

จากคนกลาง สู่ผู้เชื่อมโยงเกษตรกร

 

สิ่งที่ทำให้ “ยิ่งไพศาลการเกษตร” แตกต่างจากธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรทั่วไป คือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอรับซื้อเมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเท่านั้น


ด้วยความเข้าใจในพื้นที่และสินค้าเกษตร บริษัทจึงเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูก การส่งเสริมกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ จนถึงการจัดส่งสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งปริมาณ คุณภาพ และเวลา


แต่การจะยกระดับธุรกิจให้ไปไกลกว่านั้น จำเป็นต้องมีมากกว่าความเข้าใจในสินค้า เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น มาตรฐานของผู้ซื้อสูงขึ้น และการแข่งขันไม่ได้ตัดสินกันเพียงเรื่องราคาอีกต่อไป


จุดเปลี่ยนสำคัญจึงเกิดขึ้นเมื่อยิ่งไพศาลการเกษตรเข้ามาเป็นคู่ค้าของ CPF และได้เข้าร่วมโครงการ Partner to Grow ซึ่ง CPF ริเริ่มขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ ทั้งกลุ่ม SME และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน เมื่อราว 4 ปีก่อน


สำหรับ “ไพศาล” โครงการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมพัฒนาคู่ค้า แต่เป็นโอกาสกลับมาทบทวนธุรกิจของตัวเองอีกครั้ง โดยมี CPF ทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมทางและโค้ช คอยให้คำแนะนำ ชวนคิด และเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาธุรกิจ

 

“ถ้าเราทำแบบเดิม ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม แต่ทุกวันนี้ธุรกิจเปลี่ยนเร็วขึ้น เราต้องปรับตัวให้ทัน ยิ่งได้มาจับมือเป็นคู่ค้ากับ CPF ทำให้เราได้ลองเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และเห็นแนวทางที่จะพัฒนาธุรกิจของเรา”


“ไพศาล” มองว่า สิ่งสำคัญที่ได้รับจากความร่วมมือครั้งนี้ คือการที่ CPF ไม่ได้มองยิ่งไพศาลการเกษตรเป็นเพียงผู้ขายสินค้า แต่เห็นเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเกษตรกร และผลักดันให้คู่ค้าท้องถิ่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน
 

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน

 

กล้าลงทุนเครื่องจักร พลิกข้อจำกัดแรงงาน

 

หนึ่งในโจทย์ที่ธุรกิจต้องเผชิญมาโดยตลอด คือข้อจำกัดด้านแรงงานและประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่มีคำสั่งซื้อเร่งด่วน หรือพนักงานไม่เพียงพอ กระบวนการผลิตบางขั้นตอนอาจสะดุดและส่งผลต่อการส่งมอบสินค้า


เมื่อได้รับคำแนะนำจาก CPF “ยิ่งไพศาลการเกษตร” จึงเริ่มปรับกระบวนการทำงาน โดยนำทีมงานจากฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายวิศวกรรมเข้ามาช่วยวิเคราะห์ปัญหา

 

พร้อมแนะนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่เหมาะสมกับธุรกิจ ตั้งแต่เครื่องปอกหอม เครื่องล้างผัก จนถึงเครื่องคัดและปอกกระเทียม เพื่อช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มความรวดเร็ว และทำให้การผลิตมีมาตรฐานสม่ำเสมอมากขึ้น


“ไพศาล” เล่าว่า สิ่งที่ประทับใจคือ CPF ไม่ได้เข้ามาเพียงตรวจสอบสินค้าแต่ยังช่วยลงรายละเอียดถึงขั้นตอนการทำงาน พร้อมถ่ายทอดแนวทางและนวัตกรรมใหม่ๆที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง


ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนผ่านประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น โดยคุณภาพสินค้าและสัดส่วนผลผลิตที่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับก่อนปรับปรุง ขณะที่บริษัทสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้รวดเร็วขึ้น และรองรับกำลังการผลิตได้เกือบ 100% ของกำลังการผลิตเดิม

 

“เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลัง เห็นได้ชัดว่าคุณภาพสินค้าและสัดส่วนดีขึ้น ที่สำคัญคือเราควบคุมได้ เมื่อมีคำสั่งซื้อเร่งด่วน เราก็ตอบสนองได้รวดเร็ว เพราะในสายพานการผลิต การควบคุมเวลาและคุณภาพคือสิ่งสำคัญ เมื่อเราควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้นสามารถส่งมอบความแน่นอนให้ลูกค้าได้มากขึ้น”


การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การลงทุนซื้อเครื่องจักร แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการธุรกิจ จากการพึ่งพาประสบการณ์และแรงงานเป็นหลัก ไปสู่การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมาตรฐานที่ตรวจสอบได้

 

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน

 

ยกระดับ GAP ดันผลผลิตกระเทียมเพิ่ม


หากการนำเครื่องจักรเข้ามาปรับปรุงกระบวนการผลิตเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในโรงงาน อีกหนึ่งภารกิจที่ท้าทายยิ่งกว่าคือการเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกรในเครือข่าย


เพราะต่อให้ธุรกิจมีเครื่องจักรทันสมัยเพียงใด หากผลผลิตจากต้นทางยังไม่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ก็ยากที่จะสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
“ยิ่งไพศาลการเกษตร” จึงนำองค์ความรู้ที่ได้รับจาก CPF ไปถ่ายทอดต่อให้เกษตรกร ตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูก การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแก้ปัญหาหน้างาน ไปจนถึงการปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ตลาดต้องการ


กรณีที่สะท้อนความสำเร็จได้ชัดเจน คือการทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรกว่า 2,000 รายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อผลักดันให้ปรับเปลี่ยนจากวิธีการเพาะปลูกแบบเดิมมาสู่มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมไม่ใช่เรื่องที่สั่งแล้วจะเกิดขึ้นทันที เพราะเกษตรกรจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับวิธีการผลิตที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายปี การจะให้ยอมรับแนวทางใหม่จึงต้องอาศัยทั้งเวลา ความเข้าใจ และผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง

 

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน


“ยิ่งไพศาลการเกษตร” ใช้เวลาเกือบ 5 ปีในการพูดคุย ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายถึงการละทิ้งภูมิปัญญาเดิม แต่เป็นการต่อยอดให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น ขายได้ราคาดีขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิม


ผลลัพธ์เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะผลผลิตกระเทียมที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 3,500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ สะท้อนถึงประสิทธิภาพการเพาะปลูกที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนเกษตรกร


นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลผลิตแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านตลาด ผ่านรูปแบบการรับซื้อที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา โดยมีทางเลือกประกันราคารับซื้อ 100% สำหรับเกษตรกรที่ขายผลผลิตทั้งหมดให้บริษัท หรือเลือกประกันราคาครึ่งหนึ่ง และนำผลผลิตอีกส่วนไปจำหน่ายตามราคาตลาดได้ตามความต้องการ

 

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน


นี่คือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดเพียงฝ่ายเดียว และสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

 

“เมื่อมีตลาดรองรับ เกษตรกรก็กล้าลงมือ และเมื่อมีมาตรฐานรองรับ ผลผลิตก็มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรมีแรงบันดาลใจที่จะเพาะปลูกตามขั้นตอนที่เราวางแผนร่วมกัน เพราะเขาเห็นแล้วว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปทำให้อาชีพของเขามั่นคงขึ้นได้จริง”

 

มากกว่า 10 ปีบนเส้นทางพาร์ทเนอร์


ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ยิ่งไพศาลการเกษตรทำงานร่วมกับ CPF สิ่งที่ “ไพศาล” มองเห็นชัดเจนคือ การเติบโตของธุรกิจไม่ได้หมายถึงการเพิ่มยอดขาย ขยายกำลังการผลิต หรือเปิดสาขาใหม่เท่านั้น แต่ต้องทำให้คนในห่วงโซ่ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันด้วย


ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำที่มีตลาดรองรับและรายได้มั่นคงขึ้น พนักงานในโรงงานที่ทำงานด้วยระบบและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ จนถึงลูกค้าที่ได้รับสินค้ามีคุณภาพและส่งมอบได้ตรงเวลา


ด้วยเหตุนี้ “ไพศาล” จึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของ CPF แทบทุกครั้งที่ได้รับเชิญ เพราะเชื่อว่าทุกโอกาสในการเรียนรู้สามารถนำกลับมาต่อยอดธุรกิจได้จริง

 

“ผมไปร่วมกิจกรรมของ CPF แทบทุกครั้งที่ได้รับเชิญ เพราะทุกครั้งเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรามั่นใจว่าเมื่อไปแล้วจะได้อะไรกลับมา และเมื่อนำมาปรับใช้ก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีจริง สิ่งนี้กลายเป็นพลังให้เราในฐานะผู้ประกอบการ SME ที่จะลองใช้นวัตกรรมใหม่ วิธีการใหม่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เราให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ”


จากธุรกิจเกษตรท้องถิ่นในจังหวัดลำพูนที่เริ่มต้นจากความเข้าใจในพืชผลของคนภาคเหนือ วันนี้ “ยิ่งไพศาลการเกษตร” กำลังขยับบทบาทสู่การเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตร ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานการผลิต การนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ จนถึงการสร้างหลักประกันด้านตลาดให้เกษตรกร


ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ “ไพศาล” อาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้บริษัทเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้เกษตรกรในบ้านเกิดสามารถยืนหยัดด้วยอาชีพของตัวเอง มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และมีโอกาสก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างกว่าเดิม


เพราะสำหรับผู้ประกอบการคนหนึ่ง การได้เห็นธุรกิจเติบโตคือความสำเร็จ แต่การได้เห็นคนที่เติบโตมาด้วยกันมีชีวิตที่ดีขึ้น นั่นอาจเป็นความสำเร็จที่มีความหมายยิ่งกว่า.

 

ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ พลิก SME เกษตรลำพูนโตยั่งยืน

 

ข่าวล่าสุด

CAC จัด Annual Conference 2026 ผนึกภาครัฐ–เอกชน ขับเคลื่อน Business Integrity หนุนไทยสู่ OECD

CAC จัด Annual Conference 2026 ผนึกภาครัฐ–เอกชน ขับเคลื่อน Business Integrity หนุนไทยสู่ OECD