
SET ลุ้นฟื้น! 1,600 จุดยังไม่ผ่าน บัวหลวงเปิด 4 เทคนิคคัดหุ้นเทรด Call DW จับจังหวะทำกำไร
หุ้นไทยติดแนวต้าน 1,600 จุด แต่สัญญาณฟื้นตัวเริ่มชัด ทีม Structured Product บัวหลวง เปิด 4 เทคนิคคัดหุ้นพักฐานใกล้จบ ใช้ EMA-RSI-Volume และแท่งเทียนจับจังหวะซื้อ Call DW พร้อมแนะเลือก DW ให้เหมาะกับระยะเวลาลงทุน ลดความเสี่ยงจากค่าเสื่อมเวลา
KEY
POINTS
- หุ้นไทยติดแนวต้าน 1,600 จุด แต่สัญญาณฟื้นตัวเริ่มชัด ทีม Structured Product
- บัวหลวง เปิด 4 เทคนิคคัดหุ้นพักฐานใกล้จบ ใช้ EMA-RSI-Volume และแท่งเทียนจับจังหวะซื้อ Call DW
- พร้อมแนะเลือก DW ให้เหมาะกับระยะเวลาลงทุน ลดความเสี่ยงจากค่าเสื่อมเวลา
แม้ SET Index จะยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,600 จุด แต่ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก หลังดัชนีลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 1,550 จุด ก่อนฟื้นตัวขึ้นมา ประกอบกับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้าตลาดอีกครั้ง เพิ่มความหวังต่อการฟื้นตัวในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อทิศทางตลาดยังไม่ชัดเจน การรอให้ SET ผ่าน 1,600 จุด อาจไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับนักลงทุน DW เพราะหุ้นบางตัวอาจเริ่มฟื้นตัวก่อนดัชนีได้
กลยุทธ์ที่น่าสนใจจึงเป็นการคัดหุ้นที่ราคาพักตัวลงมาถึงแนวรับ และเริ่มมีแรงซื้อกลับ พร้อมใช้สัญญาณทางเทคนิคช่วยหาจังหวะซื้อ Call DW โดยมี 4 เทคนิคที่นำไปใช้ได้ ดังนี้
1. คัดหุ้นที่พักฐานใกล้จบ จับตาแรงซื้อบริเวณแนวรับ
ข้อมูลจากทีม Structured Product หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า เริ่มจากมองหาหุ้นที่ยังรักษาแนวโน้มขาขึ้น หรืออยู่ในช่วงพักตัวหลังปรับขึ้นก่อนหน้า โดยให้ความสำคัญกับบริเวณที่ราคามีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับ เช่น เส้น EMA 20, 50 หรือ 200 วัน แนวรับจากจุดต่ำเดิม และระดับ Fibonacci Retracement 38.2% - 61.8%
หากราคาย่อตัวลงมาแล้วไม่หลุดแนวรับ พร้อมเริ่มสร้างฐานและฟื้นตัวขึ้น อาจเป็นโอกาสจับจังหวะซื้อ Call DW เพื่อเก็งกำไรการรีบาวด์ โดยควรเลือกหุ้นที่มี Upside ถึงแนวต้านถัดไปมากพอ เมื่อเทียบกับความเสี่ยงและค่าเสื่อมเวลาของ DW
2. อย่าเพิ่งรีบซื้อที่แนวรับ รอแท่งเทียนส่งสัญญาณก่อน
แม้หุ้นจะปรับตัวลงมาถึงแนวรับที่น่าสนใจ แต่ก็ยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ นักลงทุนจึงควรสังเกตรูปแบบแท่งเทียนที่บ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มอ่อนกำลัง เช่น
- Hammer: ราคาถูกขายลงระหว่างวัน แต่มีแรงซื้อกลับจนเกิดไส้เทียนล่างยาว
- Bullish Engulfing: แท่งเทียนเขียวครอบคลุมตัวแท่งเทียนแดงก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อที่กลับมาแข็งแกร่งขึ้น
- Morning Star: รูปแบบแท่งเทียน 3 แท่งที่อาจส่งสัญญาณว่าราคากำลังเปลี่ยนจากขาลงสู่การฟื้นตัว
หากรูปแบบดังกล่าวเกิดใกล้แนวรับ และราคาสามารถทะลุจุดสูงสุดของแท่งเทียนกลับตัวได้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้สัญญาณซื้อ ลดโอกาสเข้าซื้อเร็วเกินไปในช่วงที่หุ้นยังปรับฐานไม่จบ
3. เช็ก RSI คู่ Volume แยกให้ออกว่ารีบาวด์จริงหรือแค่เด้งสั้น
ก่อนตัดสินใจซื้อ Call DW ควรตรวจสอบว่าแรงซื้อที่กลับมามีน้ำหนักมากเพียงใด โดยใช้ RSI และ Volume ประกอบกัน
RSI : จับตาการฟื้นตัวจากเขต Oversold หรือสัญญาณ Bullish Divergence เมื่อราคาหุ้นทำจุดต่ำใหม่ แต่ RSI กลับยกจุดต่ำขึ้น บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาลงเริ่มชะลอตัว
Volume : หากราคาฟื้นตัวพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในจังหวะทะลุแนวต้านระยะสั้น จะช่วยสนับสนุนว่ามีแรงซื้อเข้ามาจริง
การใช้ทั้งสองเครื่องมือร่วมกันช่วยคัดกรองหุ้นที่เริ่มมีโมเมนตัมฟื้นตัวได้ดีขึ้น แม้จะไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับเป็นขาขึ้นเสมอไป
4. หุ้นแม่เลือกถูกแล้ว ต้องเลือก DW ให้ตอบโจทย์ด้วย
เมื่อพบหุ้นที่มีสัญญาณทางเทคนิคสนับสนุน ขั้นตอนสำคัญคือการเลือก DW ที่เหมาะกับลักษณะการเคลื่อนไหวและระยะเวลาถือครอง
สำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น อาจพิจารณา Sensitivity ตั้งแต่ 0.60 ขึ้นไป เพื่อให้ DW มีโอกาสตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นแม่ได้ดีขึ้น โดยต้องตรวจสอบ Sensitivity และตารางราคาของแต่ละรุ่นประกอบ เนื่องจากการขยับของราคา DW ไม่ได้เป็นสัดส่วนตายตัว
ส่วนผู้ที่ต้องการเกาะแนวโน้มฟื้นตัวและวางแผนถือครองเป็นหลักสัปดาห์ อาจพิจารณา DW01 ซีรีส์ T ที่เน้นค่าเสื่อมเวลาต่ำ ช่วยลดผลกระทบจากการถือครองเมื่อเทียบกับรุ่นที่มีค่าเสื่อมเวลาสูงกว่า ทั้งนี้ ยังต้องประเมินอัตราทด อายุคงเหลือ และความเสี่ยงของ DW ควบคู่กัน
คำเตือน :
ก่อนการซื้อขาย DW นักลงทุนควรวางแผนโดยอ้างอิงตารางราคาทุกครั้ง และกำหนดจุดตัดขาดทุนหากราคาเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ นักลงทุนควรศึกษาลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทไม่รับรองผลกำไรหรือผลขาดทุนจากการลงทุนของท่าน.







