
ส.อ.ท. เปิดเกม ONE THAILAND ปลุกภูมิปัญญาไทย ปั้นงานคราฟต์สู่เวทีโลก
ส.อ.ท. ผสานวัสดุพื้นถิ่นและฝีมือช่างไทย สร้างประติมากรรม ONE THAILAND รับประชุม World Bank-IMF 2026 หวังต่อยอดหัตถกรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ส.อ.ท. ชู ONE THAILAND ต่อยอดภูมิปัญญาไทย ดันหัตถกรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมหัตถกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านผลงานประติมากรรมร่วมสมัย “ONE THAILAND” ที่นำวัสดุธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และฝีมือช่างจากหลายภูมิภาคมาผสานเป็นงานศิลปะ จัดแสดง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
ในโอกาสการประชุมประจำปีของธนาคารโลก (World Bank Group) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF Annual Meetings 2026)
นายยุทธนา อโนทัยสินทวี ศิลปิน นักออกแบบ และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ ส.อ.ท. กล่าวว่า “ONE THAILAND” เกิดจากแนวคิดการเชื่อมโยงเอกลักษณ์ของวัสดุและทักษะช่างแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน พร้อมตีความภูมิปัญญาดั้งเดิมผ่านการออกแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าและเปิดโอกาสให้งานหัตถกรรมไทยเข้าสู่ตลาดสากล
ผลงานประกอบด้วยประติมากรรม 2 ชิ้น ได้แก่ “ONE THAILAND – WEAVING CONNECTIONS” สื่อถึงการเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนที่หลากหลาย
และ “ONE THAILAND – WEAVING THE FUTURE” สะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่อนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น อาทิ ไม้ไผ่ กระจูด กก ผักตบชวา หวาย ใบตาล ป่านศรนารายณ์ และเถาวัลย์แดง
ส.อ.ท. ยังเชื่อมโยงแนวคิดดังกล่าวกับตราสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT) ซึ่งเป็นกลไกรับรองสัญชาติสินค้าไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการไทย
โดยมองว่าการออกแบบและการสร้างเรื่องราวให้ผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้า มากกว่าการจำหน่ายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ ส.อ.ท. มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างศิลปิน นักออกแบบ ผู้ผลิต และชุมชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่
นายยุทธนา อโนทัยสินทวี ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ ส.อ.ท. กล่าวว่า แนวคิดของ “ONE THAILAND” เกิดจากความตั้งใจที่จะนำภูมิปัญญาและวัสดุจากหลายภูมิภาคมาสร้างสรรค์ร่วมกัน โดยยังคงเอกลักษณ์ของวัสดุและฝีมือช่างแต่ละพื้นที่ พร้อมตีความใหม่ให้สามารถสื่อสารผ่านภาษาของศิลปะร่วมสมัยได้
“เราไม่ได้ต้องการนำงานหัตถกรรมหลายชนิดมาเรียงรวมกันเท่านั้น แต่ต้องการให้วัสดุแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์และเรื่องราวของตัวเอง ก่อนจะนำมาทำงานร่วมกันเป็นประติมากรรมชิ้นเดียว
สิ่งสำคัญคือการแสดงให้เห็นว่า ภูมิปัญญาดั้งเดิมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในชุมชน แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของงานออกแบบ ผลิตภัณฑ์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าและมีโอกาสเติบโตในตลาดสากลได้”
โดย “ONE THAILAND” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำทุนทางวัฒนธรรมไทยมาต่อยอดเป็นผลงานร่วมสมัย พร้อมนำเสนอศักยภาพของหัตถกรรมไทยต่อผู้เข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ







