posttoday
ต่ออายุ ไทยช่วยไทย พลัส ส.อ.ท.แนะกระตุ้นเงินให้ถึง SMEs

ต่ออายุ ไทยช่วยไทย พลัส ส.อ.ท.แนะกระตุ้นเงินให้ถึง SMEs

24 กันยายน 2569

ประธาน ส.อ.ท. หนุน ต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”– เติมเงินบัตรสวัสดิการฯ เสริมกำลังซื้อ ดันเงินหมุนสู่ SMEs

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. สนับสนุนการต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อีก 2 เดือน รวมถึงการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและเสริมกำลังซื้อของประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานและต้นทุนการดำรงชีวิตยังอยู่ในระดับสูง

 

การเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนจะช่วยสร้างแรงส่งต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ที่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ เช่น ธุรกิจอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง และภาคบริการ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้และช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังซื้อยังมีความเปราะบาง

 

การเติมกำลังซื้อในช่วงนี้ไม่ได้ช่วยเฉพาะประชาชน แต่ยังช่วยให้เงินหมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ หากยอดขายกลับมา จะช่วยเสริมสภาพคล่อง เพิ่มความสามารถในการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง และช่วยรักษาการจ้างงานในช่วงที่ต้นทุนธุรกิจยังมีความผันผวน

 

แนะรัฐต่อยอด “เงินกระตุ้น” ให้หมุนถึงสินค้าไทยและ SMEs

 

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า การทำให้เม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถหมุนเวียนในระบบ และส่งผ่านจากภาคการบริโภคไปสู่ SMEs ภาคการผลิต และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศได้มากขึ้น

 

ภาครัฐควรมีมาตรการเสริมโดยเชื่อมโยงการกระตุ้นการบริโภคกับสินค้าไทยและสินค้า SMEs ผ่านการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศ การจัดทำหมวดสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และการรณรงค์ให้ประชาชนเลือกใช้สินค้าไทย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ผลิตไทยและสร้างแรงส่งต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ 


ขณะเดียวกัน ควรพิจารณาขยายขอบเขตร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุมร้านค้าที่มียอดขายไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อปี เพื่อเพิ่มจำนวนจุดขายและทางเลือกให้ประชาชน โดยสำหรับร้านค้าที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

 

ควรมีมาตรการจูงใจเพิ่มเติมให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าไทยและสินค้า SMEs ที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้การขยายฐานร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการช่วยสร้างตลาดให้ผู้ผลิตไทย และลดการรั่วไหลของเม็ดเงินไปสู่สินค้านำเข้า 

 

ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นกลับไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ลงทุน และรักษาหรือเพิ่มการจ้างงาน โดยหากมีการจัดซื้อสินค้าจากผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ก็จะช่วยส่งต่อเม็ดเงินจากมาตรการไปยังห่วงโซ่อุปทานไทยได้กว้างขึ้น

 

นอกจากนี้ ควรพิจารณามาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปี โดยต่อยอดรูปแบบ Easy E-Receipt และเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อสินค้าไทย สินค้า SMEs และสินค้า OTOP ในพื้นที่ต่างจังหวัด ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจัดประชุมสัมมนาภายในประเทศ เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ซึ่งจะมีส่วนช่วยประคองกำลังซื้อและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้

 

เร่งมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงาน รับมือความผันผวนด้านพลังงาน

 

นางพิมพ์ใจ กล่าวเสริมว่า นอกจากมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อแล้ว ภาครัฐควรนำมาตรการรณรงค์และส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการมาแล้วกลับมาต่อยอด เพื่อรับมือความผันผวนจากราคาพลังงานในช่วงนี้

 

เช่น การให้ส่วนลดค่าไฟตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนประหยัดพลังงานและเห็นผลโดยตรงในบิลค่าไฟ การสนับสนุนให้เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าเป็นผลิตภัณฑ์ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5  ผ่านคูปองส่วนลด โดยเน้นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าสูง เช่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เป็นต้น 

 

นอกจากนี้ ควรเร่งขยายโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคครัวเรือน ผ่านโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยพัฒนากลไกสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านเงินลงทุน เงื่อนไขสินเชื่อ และกระบวนการขออนุญาตติดตั้ง ควบคู่กับการปรับระบบรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินให้มีความจูงใจมากขึ้น เพื่อให้กระจายโอกาสการเข้าถึงพลังงานทางเลือกไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันต้นทุน

ข่าวล่าสุด

ต่ออายุ ไทยช่วยไทย พลัส ส.อ.ท.แนะกระตุ้นเงินให้ถึง SMEs

ต่ออายุ ไทยช่วยไทย พลัส ส.อ.ท.แนะกระตุ้นเงินให้ถึง SMEs