
“สุชาติ” ดันไม้เศรษฐกิจไทยเข้าตลาดโลก ชูระบบตรวจสอบที่มา–เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
ทส.เตรียมนำแนวทางจากเวทีอุตสาหกรรมไม้โลกมาปรับใช้ พร้อมผลักดันระบบตรวจสอบที่มาของไม้ หลัง ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงเพิ่มชนิดพันธุ์ไม้ที่ขึ้นทะเบียนสวนป่าได้จาก 58 เป็น 211 ชนิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ระหว่างวันที่ 22–23 กันยายน 2569 ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า อุตสาหกรรมไม้โลกให้ความสำคัญมากขึ้นกับไม้ที่มีแหล่งที่มาถูกต้องตามกฎหมาย ความยั่งยืน ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับ ประเทศไทยจึงจะนำแนวทางจากเวทีดังกล่าวมาปรับใช้ในการพัฒนาไม้เศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้า
หนึ่งในความคืบหน้าของไทยคือ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ ร่างกฎกระทรวงปรับปรุงบัญชีชนิดพันธุ์ไม้ตามกฎหมายว่าด้วยสวนป่า โดยเพิ่มชนิดพันธุ์ไม้ที่สามารถขึ้นทะเบียนสวนป่าได้จาก 58 ชนิด เป็น 211 ชนิด เพื่อให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมปลูก ตัด และซื้อขายไม้ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ การอนุมัติร่างกฎกระทรวงยังไม่ใช่การประกาศให้กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ
นายสุชาติกล่าวว่า ทส.จะส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการพัฒนาระบบรับรองและตรวจสอบแหล่งที่มาของไม้ เพื่อให้ผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศตรวจสอบได้ว่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้จากไทยมาจากแหล่งใด โดยเฉพาะการช่วยเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบรับรองได้
แนวทางดำเนินงานจะครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การเลือกปลูกไม้ให้เหมาะกับพื้นที่และความต้องการของตลาด การปรับปรุงสายพันธุ์และจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีแปรรูปไม้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ไม้โครงสร้างและพลังงานชีวภาพ พร้อมเชื่อมโยงผู้ผลิตกับตลาด
สำหรับเวที GLSTF 2026 ที่ประชุมได้เผยแพร่ Action Framework 2026 for Promoting Legal and Sustainable Timber Supply Chains ซึ่งเสนอแนวทางความร่วมมือด้านข้อมูล การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอระบบตรวจสอบย้อนกลับและแพลตฟอร์มการค้าไม้ที่ใช้บล็อกเชน (BTTS-TP) การพัฒนา Global Timber Index (GTI) ให้มีข้อมูลราคาผลิตภัณฑ์ไม้ และการจัดตั้งเครือข่ายสมาคมอุตสาหกรรมไม้ระหว่างประเทศ (GTAN)
นายสุชาติกล่าวว่า ไทยจะพิจารณานำแนวคิดและเทคโนโลยีจากเวทีดังกล่าวมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับระบบข้อมูล การตรวจสอบที่มาของไม้ และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการปลูกและใช้ประโยชน์จากไม้เศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
“ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาไม้เศรษฐกิจให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว รัฐบาลจึงมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” นายสุชาติกล่าว
รมว.ทส.ระบุว่า เป้าหมายระยะยาวคือการพัฒนาไม้เศรษฐกิจจากแหล่งปลูกไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและตลาดโลก พร้อมสร้างรายได้ให้ประชาชน เพิ่มพื้นที่สีเขียว และรักษาทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน







