
กยศ. เตรียมของบกลางเพิ่ม 1.2 พันล้าน ขยับกรอบนักเรียนกู้ยืมอีก 1.4 หมื่นราย
คลัง เตรียมของบกลาง 1.2 พันล้านบาท เพิ่มกรอบผู้กู้ กยศ.อีก 1.4 หมื่นราย ดันยอดนักเรียนและนักศึกษาที่ได้รับเงินกู้ปีนี้แตะ 7.9 แสนราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมขอจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 พันล้านบาทให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
- เพื่อเพิ่มกรอบการให้กู้ยืมแก่นักเรียนและนักศึกษาเพิ่มเติมอีกประมาณ 14,000 ราย
- ส่งผลให้ปีนี้มีผู้ได้รับเงินกู้รวมประมาณ 7.9 แสนราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ กยศ.
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมขอจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาทให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อรองรับนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มอีกประมาณ 1.4 หมื่นราย ส่งผลให้ปีนี้มีผู้ได้รับเงินกู้รวมประมาณ 7.9 แสนราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่ กยศ.เคยให้กู้
นายวินิจกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กยศ.ว่า ขั้นตอนต่อไปจะหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและสำนักงบประมาณ เพื่อจัดสรรงบกลางดังกล่าวให้ กยศ. โดยตั้งเป้าดำเนินการภายในเดือน ก.ย.นี้ ขณะที่ปีงบประมาณ 2570 กยศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณสมทบแล้ว 9,000 ล้านบาท
ส่วนปัญหาการชำระหนี้ของผู้กู้ที่เรียนจบและมีงานทำแล้ว พบว่ามีประมาณ 4-5 แสนรายที่ยังมียอดหนี้คงค้างในจำนวนไม่สูง บางรายเหลือเพียงหลักร้อยบาท เนื่องจากระบบหักเงินเดือนของ กยศ.ที่เพิ่งนำมาใช้ ยังไม่ได้หักชำระหนี้ส่วนที่เกิดขึ้นก่อนผู้กู้เริ่มทำงาน ทำให้บางรายมียอดค้างเล็กน้อยโดยไม่ทราบ
หากสามารถติดตามให้ผู้กู้กลุ่มดังกล่าวปิดหนี้ได้ จะช่วยลดจำนวนลูกหนี้ของ กยศ.ได้ประมาณ 5 แสนราย จากลูกหนี้ทั้งหมด 2.1 ล้านราย พร้อมนำเงินกลับเข้ากองทุนได้ราว 1,290 ล้านบาท
ด้านนางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ผู้จัดการกองทุน กยศ. กล่าวว่า ปีนี้มีนักเรียนและนักศึกษาได้รับเงินกู้ประมาณ 7.9 แสนราย ถือเป็นสถิติสูงสุดของกองทุน จากเดิมที่เคยมีผู้ได้รับเงินกู้สูงสุดประมาณ 7.8 แสนราย
สำหรับรายรับของกองทุนในปีนี้จากการชำระหนี้และงบประมาณสมทบ รวมประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท โดย กยศ.เป็นกองทุนหมุนเวียนที่ผู้กู้เมื่อเรียนจบและมีงานทำแล้วต้องทยอยชำระเงินคืน เพื่อนำกลับมาใช้เป็นทุนสำหรับนักเรียนและนักศึกษารุ่นใหม่
ทั้งนี้ ตามหลักการผู้กู้รายใหม่ 1 คน ควรมีผู้กู้รุ่นพี่ประมาณ 5 คนที่ชำระหนี้กลับเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันมีผู้กู้ที่ชำระหนี้ได้ตามปกติเพียง 2 คน ขณะที่อีก 3 คนเป็นหนี้เสีย







