posttoday
ฟัง 3 เสียงสะท้อน เครือข่ายพันธมิตร สสว. แนะกลยุทธ์ พลิกโฉม SME ไทย

ฟัง 3 เสียงสะท้อน เครือข่ายพันธมิตร สสว. แนะกลยุทธ์ พลิกโฉม SME ไทย

14 กันยายน 2569

ก.พ.ร.-สวค.-อว. สะท้อนความร่วมมือพลิกโฉม SME ไทย โตยั่งยืน แนะ สสว.ลดอุปสรรคธุรกิจ สร้างพี่เลี้ยงนวัตกรรม และดันงานวิจัยสู่สินค้าบุกตลาดโลก

เวทีเสวนาเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศของประเทศ หัวข้อ  “เสียงสะท้อนจากเครือข่ายพันธมิตร บูรณาการข้อมูลและแผนกลยุทธ์ พลิกโฉม SME ไทย โตไกลอย่างยั่งยืน” จัดโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) 

 

จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ นางอารีพันธ์ เจริญสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.),นายสุวิทย์ สรรพวิทยศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) และนายชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สะท้อนถึงกลยุทธ์ในการพลิกโฉม SME ไทยไว้อย่างน่าสนใจ 

 

ฟัง 3 เสียงสะท้อน เครือข่ายพันธมิตร สสว. แนะกลยุทธ์ พลิกโฉม SME ไทย

 

นางอารีพันธ์ เปิดเผยว่า ก.พ.ร. ได้ร่วมมือกับ สสว. และหน่วยงานกว่า 30 แห่ง ในการทำวิจัยร่วมกับ World Bank เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของผู้ประกอบการไทย โดยยกระดับจาก Ease of Doing Business สู่ระบบ Business Ready เพื่อชี้เป้าอุปสรรคครอบคลุมทุกวงจรธุรกิจตั้งแต่เริ่มตั้งกิจการจนถึงปิดกิจการ

 

การศึกษาดังกล่าวได้ข้อเสนอแนะ 88 ข้อ จาก 10 ด้าน ซึ่ง ก.พ.ร. นำมาจัดลำดับความสำคัญ (Quick Wins) และติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ผ่าน Dashboard สถานะสีเขียว เหลือง และแดง

 

ก.พ.ร.ได้เสนอให้ สสว. เป็นศูนย์ป้อนข้อมูลปัญหาและข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อช่วยปลดล็อกและเปิดตลาดใหม่ รวมถึงร่วมมือกันขับเคลื่อนโครงการสำคัญ เช่น  SME ID และการส่งเสริมระบบสะสมเครดิตการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่นายสุวิทย์ ชี้ว่า ข้อมูลและทักษะในปัจจุบันมีวันหมดอายุเร็วมาก จึงต้องใช้ข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า SME ต้องการ "พี่เลี้ยงทางนวัตกรรม" เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ให้สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการอยู่รอด

 

การดันสัดส่วน GDP SME ให้ถึง 40% ใน 5 ปี จะต้องเร่งให้ SME เติบโตเฉลี่ยอย่างน้อย 5% ต่อปี ซึ่งในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงรอบด้าน การเตือนภัยอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องเน้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และปรับเปลี่ยน Mindset ของผู้ประกอบการพร้อมกัน

 

เขากล่าวว่า สวค. ได้นำดัชนีความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ (Economic Complexity Index: ECI) มาประเมินศักยภาพ SME ในระดับพื้นที่/จังหวัด โดยพิจารณาจากความหลากหลายของสินค้า และความพิเศษแพร่หลาย (Ubiquity) เพื่อระบุทิศทางส่งเสริมสินค้าได้ตรงจุด

 

ด้านนายชาญวิทย์ กล่าวถึงประเด็น การขับเคลื่อนวิจัยและนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ว่า กระทรวง อว. มุ่งนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมโยงกับแผนบูรณาการ SME และระบบ BDS (Business Development Service) ของ สสว.

 

ทั้งนี้ อว.มีกลไกบ่มเพาะเยาวชนและผู้ประกอบการนั้น การขับเคลื่อนเพื่อสร้าง Mindset ผู้ประกอบการผ่านศูนย์บ่มเพาะ UBI (University Business Incubator) กว่า 80 แห่งในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และอุทยานวิทยาศาสตร์ พร้อมรองรับระบบ Credit Bank ให้สามารถเก็บสะสมเครดิตการเรียนรู้แบบ Lifelong Learning เพื่อออกไปทำธุรกิจระหว่างเรียนได้

 

นอกจากนี้ยังสนับสนุนการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ตลาด โดย อว. เพิ่มการให้ทุนวิจัยในระดับพร้อมใช้เชิงพาณิชย์ ผ่านกองทุน วน. รูปแบบ Matching Fund ร่วมกับเอกชน และอาศัย สสว. เป็น Growth Connector ในการส่งต่อผู้ประกอบการและสินค้าเข้าสู่ตลาด

ข่าวล่าสุด

กทม.เร่งตรวจแบบอาคารสมาคมยิวฯ จ่อทักท้วงหากผิดกฎหมาย

กทม.เร่งตรวจแบบอาคารสมาคมยิวฯ จ่อทักท้วงหากผิดกฎหมาย