
ดีพร้อม เร่งเครื่อง “Rebuild SMEs” ปรับตัว สร้างมูลค่าใหม่ แข่งขันได้
ลุยฟื้นฟูและเสริมแกร่ง SMEs แบบครบวงจร ตั้งเป้าดันธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าโครงการ Rebuild SMEs เร่งฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ไทยแบบครบวงจรผ่านการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหา และความต้องการผู้ประกอบการ พร้อมฟื้นฟูธุรกิจและเสริมแกร่งแบบครบวงจร 3 ระยะ ได้แก่
1. วินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึก 2. ให้คำปรึกษาเชิงลึก และ 3) สร้างโอกาสทางการตลาดและการเชื่อมโยงธุรกิจ ตั้งเป้าสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ไทย สามารถปรับตัว สร้างมูลค่าใหม่ แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ SMEs ไทย ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่ในภาวะเปราะบางทั้งด้านสภาพคล่อง การผลิต การตลาด และความสามารถในการแข่งขัน
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งดำเนิน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจในปัจจุบัน ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
“ดีพร้อม” ได้ออกแบบ “โครงการ Rebuild SMEs” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้แนวทาง “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่มุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานเชิงรุกในการลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าถึงปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย ด้วยกระบวนการช่วยเหลือใน “ระบบฟื้นฟูธุรกิจแบบครบวงจร” ครอบคลุม 3 ระยะ คือ
1) การวินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึก เพื่อประเมินระดับผลกระทบ ปัญหา และความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละด้าน ทั้งการผลิต การเงิน การตลาด และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ
2) การให้คำปรึกษาเชิงลึก ณ สถานประกอบการ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้าไปร่วมวางแผนฟื้นฟูและปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน พัฒนากระบวนการบริหารจัดการ ตลอดจนสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่ ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยในระยะยาว
และ 3) การสร้างโอกาสทางการตลาด และการเชื่อมโยงธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคู่ค้าใหม่ เครือข่ายธุรกิจ และช่องทางตลาดทั้งใน และต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน
ในช่วงต้นของการดำเนินงานโครงการฯ ได้มีการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ประกอบการในด้านการบริหารจัดการ วางแผนการตลาดเชิงรุก และการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ รวมทั้งการสร้างนักวินิจฉัยทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมและผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้เฉพาะด้านเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดส่งทีมนักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านการวินิจฉัยปัญหาและให้คำปรึกษาเบื้องต้นไปจนถึงเชิงลึกด้านการปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักรและกระบวนการผลิต เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างรวดเร็ว
รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ทั่วประเทศ ให้มีความสามารถในการปรับตัวและการแข่งขันได้ ด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นให้มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถต่อยอด
ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ที่มีศักยภาพสูงด้วยการให้คำปรึกษาและวางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งครอบคลุม 8 ด้านสำคัญของธุรกิจ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการ การตลาด การเงิน
การพัฒนาบุคลากร มาตรฐาน การพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายการดำเนินการจำนวน 800 กิจการ
การฟื้นฟู SMEs ไม่ใช่เพียงการช่วยให้ธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง แต่ต้องช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจใหม่ โครงการ Rebuild SMEs จึงไม่ใช่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นวิกฤตในระยะสั้น
แต่เป็นการเข้าไปฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครือข่ายธุรกิจ และศักยภาพในการปรับตัว เพื่อช่วยวางรากฐานความเข้มแข็งให้ SMEs ไทย สามารถปรับตัว สร้างมูลค่าใหม่ แข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน







