
“ยศชนัน” ชง ครม.ดัน Startup Act ปลดล็อกทุน ปั้นยูนิคอร์นไทย
อว.เสนอร่างกฎหมายส่งเสริมสตาร์ตอัพ เปิดทางหุ้นกู้แปลงสภาพ-ถือหุ้นตนเอง พร้อมตั้ง NIA เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ
KEY
POINTS
- กระทรวง อว. เตรียมเสนอร่างกฎหมาย Startup Act ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อสร้างระบบนิเวศและส่งเสริมสตาร์ตอัปไทยให้เติบโตสู่ระดับยูนิคอร์น
- สาระสำคัญคือการปลดล็อกข้อจำกัดด้านการระดมทุน โดยอนุญาตให้สตาร์ตอัปใช้เครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ และการถือหุ้นบริษัทตัวเอง (Treasury Stock)
- กำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักในการรับรองและให้สิทธิประโยชน์แก่สตาร์ตอัป เช่น การลดหย่อนภาษี และการสนับสนุนจากภาครัฐ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป หรือ Startup Act ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ก่อนส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอน
ร่างกฎหมายดังกล่าวมุ่งแก้ข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งยังไม่รองรับรูปแบบธุรกิจและเครื่องมือทางการเงินที่สตาร์ตอัปนิยมใช้ โดยรัฐบาลหวังเพิ่มทางเลือกระดมทุน รักษาเงินลงทุนให้อยู่ในประเทศ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาสตาร์ตอัปไทยให้ก้าวสู่ระดับยูนิคอร์น หรือธุรกิจที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สาระสำคัญรวมถึงการเปิดทางให้สตาร์ตอัปออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถเปลี่ยนหนี้เป็นหุ้นสามัญได้ตามเงื่อนไข รวมถึงรองรับการเปลี่ยนหนี้สินเป็นทุนจดทะเบียน เพื่อให้บริษัทบริหารโครงสร้างทางการเงินได้ยืดหยุ่นขึ้น
ร่างกฎหมายยังอนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นของตนเอง หรือ Treasury Stock เพื่อนำไปจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจแก่พนักงานหรือกรรมการ มาตรการนี้มีเป้าหมายช่วยสตาร์ตอัปดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะสูง โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ด้านโครงสร้างบริหาร ร่างกฎหมายกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เป็นหน่วยงานหลักและศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ทำหน้าที่รับรองธุรกิจ ให้ข้อมูลโครงการและแหล่งเงินทุน ตลอดจนประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมตั้งคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปเพื่อกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจ
สตาร์ตอัปที่ผ่านการรับรองจะได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี ส่วนธุรกิจเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech คณะกรรมการอาจขยายเวลาให้รวมสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า หน่วยงานเตรียมรับคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศรายชื่อสตาร์ตอัปที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านโครงการสนับสนุนและแหล่งเงินทุน
นอกจากนี้ ภาครัฐเตรียมสนับสนุนสิทธิลดหย่อนภาษี การจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย และการเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยต้องติดตามว่าคณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบร่างกฎหมายหรือปรับแก้ประเด็นใด ก่อนส่งให้สภาพิจารณาต่อไป







