posttoday
“ศุภจี” คลอดมาตรการ อุ้ม SME คุมเครดิตเทอม-ฟรีซค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

“ศุภจี” คลอดมาตรการ อุ้ม SME คุมเครดิตเทอม-ฟรีซค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

07 กันยายน 2569

“ศุภจี” ชี้เศรษฐกิจไทยติดกับดัก 10 ปี รายได้กระจุกตัว เปิด 3 เกมปฏิรูปการแข่งขัน คลอดมาตรการด่วน "คุมเครดิตเทอม-ฟรีซค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 6 เดือน" ต่อลมหายใจคนตัวเล็ก

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงาน TCCT Competition Day 2026 ภายใต้หัวข้อ “เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย: ปฏิรูปการแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแลต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและแนวทางรับมือ

 

โดยเฉพาะปัจจัยสำคัญทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากร ซึ่งล้วนส่งผลต่อรูปแบบการค้าและการแข่งขัน

 

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกมีผลโดยตรงต่อการกำหนดและดูแลการแข่งขันทางการค้า

 

ขณะที่เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจและการค้าอย่างมาก ทั้งในมิติของโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ที่ต้องปรับกติกาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง

 

ขณะเดียวกัน ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นอีกเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้น

 

รวมถึงประเทศไทยที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ และมีการติดตามแนวโน้มปรากฏการณ์ลานีญาและเอลนีโญอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทต่อโครงสร้างการค้า การขาย และการแข่งขันมากขึ้น

 

อีกปัจจัยสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยประเทศไทยกำลังเผชิญกับจำนวนประชากรที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเกิดปรับตัวลดลงเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การค้า ตลอดจนนโยบายภาครัฐ จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทใหม่

 

 

นางศุภจีกล่าวว่า ภายใต้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ภาคธุรกิจไม่สามารถมองเพียงการควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุดเหมือนในอดีต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้าง ความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือ ควบคู่กัน

 

“ต้นทุนที่ต่ำที่สุดไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป” แต่ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนไม่สำคัญ เพียงแต่ต้นทุนอย่างเดียวไม่เพียงพอ ธุรกิจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ เพื่อให้สามารถแข่งขันและรับมือกับความผันผวนในระยะยาว"

 

สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศขนาดไม่ใหญ่ รวมถึงผู้ประกอบการจำนวนมากที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ได้หมายความว่าจะเสียเปรียบในการแข่งขันเสมอไป

 

สิ่งสำคัญคือ ความเร็วในการปรับตัวและการเรียนรู้ โดยผู้ประกอบการต้องเข้าใจทิศทางและเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมปรับธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

 

ความเร็วในการเรียนรู้และการปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามความท้าทายและแข่งขันได้ในบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้ การแข่งขันในยุคใหม่ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการขายสินค้าและบริการในรูปแบบเดิม แต่ต้องมุ่ง เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่สามารถตอบโจทย์และสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

 

“ศุภจี” คลอดมาตรการ อุ้ม SME คุมเครดิตเทอม-ฟรีซค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

 

โครงสร้างเศรษฐกิจไทยแช่แข็งมา 10 ปี รายได้กระจุกตัว

 

นางศุภจี ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างตลาดภายในประเทศไทยที่ยังคงเผชิญความไม่สมดุลอย่างรุนแรง โดยระบุว่าจากจำนวนผู้ประกอบการนิติบุคคลจดทะเบียนในระบบพาณิชย์ของประเทศที่มีกว่า 3.3 ล้านราย พบว่าเป็นผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย (SME) สูงถึง 99.5%

 

ทว่าในแง่ของการสร้างรายได้ กลุ่มคนตัวเล็กเหล่านี้กลับสร้างรายได้หมุนเวียนรวมกันได้เพียง 34.8% เท่านั้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่หยุดนิ่งเฉลี่ย 30 - 35% มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่สามารถมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP Contribution) ได้เต็มที่เท่าที่ควร เป็นสิ่งที่ทางเราคิดว่า เราจะต้องมีการดูแลและแก้ไข เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น

 

"เรามีบริษัทเกิดใหม่จำนวนมาก แต่ทำอย่างไรเราจะทำให้บริษัทที่เกิดใหม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เรื่องของการจดทะเบียนบริษัทใหม่ การดูแลให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ มีสกิลที่พร้อม เพราะเรามีบริษัทเล็กเกิดขึ้นจำนวนมาก

 

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็มีบริษัทเล็กที่ล้มเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่เราจะต้องเข้าไปดูแล”

 

ขณะเดียวกัน ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศในไตรมาสล่าสุดเติบโตเพียง 1.9% ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวอยู่เพียง 2 ส่วนสำคัญคือ การส่งออกและการลงทุนของภาคเอกชน

 

และเมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกปีที่ผ่านมาซึ่งสูงถึง 11.2 ล้านล้านบาท กลับพบว่ามีสัดส่วนของผู้ส่งออกรายเล็กรายย่อยอยู่ไม่ถึง 20% ยิ่งเป็นตัวตอกย้ำถึงปัญหาการกระจายรายได้ที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่ทั่วถึงในปัจจุบัน

 

“ศุภจี” คลอดมาตรการ อุ้ม SME คุมเครดิตเทอม-ฟรีซค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

 

เปิดแผน 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์

 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ไขความไม่สมดุลนี้ นโยบายการแข่งขันทางการค้าจึงต้องได้รับการผลักดันให้เป็น "เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์" ของประเทศ

 

โดย นางศุภจี เสนอแนวทางการเปลี่ยนผ่านเชิงระบบผ่าน 3 หลักการหลัก ดังนี้

 

1. เปลี่ยนผ่านสู่ "ผู้กำกับดูแลเชิงรุก" 

 

ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากการ "รอแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว" ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณและได้ผลลัพธ์ไม่เต็มที่ ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า โดยใช้เครื่องมือเชิงนโยบายวิเคราะห์แนวโน้มตลาดล่วงหน้า

 

ทั้งนี้ได้แสดงความชื่นชมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าชุดปัจจุบันที่เริ่มดำเนินนโยบายเชิงรุก ส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพการแข่งขันระดับท้องถิ่น (Mobile Competition) เพื่อเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงมาออกแบบนโยบายป้องกันก่อนปัญหาลุกลาม

 

2. เปลี่ยนผ่านสู่การคุ้มครอง "โอกาสในการแข่งขัน" 

 

ปรับมุมมองจากการมุ่งปกป้องผู้ประกอบการรายตัว ไปเป็นการค้ำประกันให้เกิด "โอกาสการแข่งขันที่เป็นธรรมและทั่วถึงมากที่สุด" ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้เข้าไปจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเข้มข้น เช่น ปัญหากลุ่มค้าส่งและรวบรวมผลไม้ (ล้งผลไม้) และการจัดการปัญหาการจัดตั้งบริษัทตัวแทนอำพรางหรือนอมินี (Nominee)

 

โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งช่วยลดสัดส่วนผู้ประกอบการที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายได้จำนวนมาก

 

3. เปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลแยกส่วนสู่ "บูรณาการไร้รอยต่อ" 

 

ยกเลิกแนวทางการทำงานต่างคนต่างทำที่ไม่มีพลัง โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐและองค์กรภาคเอกชนชั้นนำพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดีและบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดกับผู้ที่ทำไม่ถูกต้อง

 

คุมเครดิตเทอม-ตรึงค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

 

นอกเหนือจากการวางกรอบระยะยาวแล้ว รัฐบาลและคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ายังได้คลอดมาตรการเร่งด่วนเพื่อต่อลมหายใจให้ "คนตัวเล็ก" ในระบบตลาดปัจจุบัน ดังนี้

 

มาตรการคุมเข้มระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term) เพื่อเสริมสภาพคล่อง: ออกกฎระเบียบบังคับให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) โดยจำกัดเวลาไม่เกิน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป

 

มาตรการนี้จะช่วยป้องการยืดเครดิตเทอมโดยมิชอบ ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งทุน หมุนเวียนเงินได้ทันท่วงทีในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ซึ่งมาตรการนี้ผ่านการทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วและเตรียมประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ทันที

 

มาตรการ "ฟรีซ" ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 6 เดือน : ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งไปยัง 6 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ขอความร่วมมือในการตรึงอัตราค่าธรรมเนียมและบริการต่าง ๆ (Fees and Charges) ไว้เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพและต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อย 

 

“ใน 6 เดือนนี้ ขอให้ท่านยังไม่ขึ้นราคาค่าธรรมเนียม อันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งไปเรียบร้อยแล้วกับ 6 แพลตฟอร์มหลักด้วยกัน ซึ่งตอนนี้สิ่งที่เราจะทำก็คือว่า ใน 6 เดือนที่เราขอให้ฟรีซ (Freeze) คือขอให้ยังไม่ขึ้นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

 

แต่ไม่ใช่ว่าเราขอแค่นั้น เราต้องร่วมกันดูด้วยว่า ในช่วง 6 เดือนนี้ เราจะใช้กลไกและอำนาจของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. เข้าไปดูโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มด้วย

 

เราจะขอให้แพลตฟอร์มเข้ามาพูดคุยกัน มีการทำเรกูเลเตอร์ ไดอะล็อก (Regulator Dialogue) มีการคุยกันว่า ทำไมถึงคิดค่าธรรมเนียมในรูปแบบนี้ มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง และโครงสร้างเป็นอย่างไร

 

นางศุภจี กล่าวว่า อาจจะยังไม่ทันใจผู้ประกอบการ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงต้องถูกต้องและโปร่งใสตามกฎระเบียบ เพราะฉะนั้น อย่างน้อยขอให้ฟรีซไว้ก่อน ยังไม่ขึ้นราคา แล้วก็เรียกเข้ามาดูโครงสร้างค่าธรรมเนียม

 

กติกาต้องก้าวทันโลกยุค Digital Economy

 

นางศุภจี ระบุทิศทางในอนาคตว่า กติกาการแข่งขันของประเทศจำเป็นต้องก้าวทันตลาดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ผู้กำกับดูแลและผู้ประกอบการต้องปรับตัวไปพร้อม ๆ กัน 

 

โดยกติกาใหม่นี้จะต้องเปิดโอกาสในการเข้าสู่ตลาดอย่างแท้จริง และเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือร่วมกันระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้

 

"การแข่งขันที่เป็นธรรมและทั่วถึง จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง มาร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้เปิดกว้าง เป็นธรรม แข่งขันได้ และพร้อมสำหรับอนาคตไปด้วยกัน" 

 

ข่าวล่าสุด

เปิด 6 รายการ ดีอี ฟ้อง ไทยคม พันล้าน ไม่ส่งมอบหลังหมดสัมปทานไทยคม 4

เปิด 6 รายการ ดีอี ฟ้อง ไทยคม พันล้าน ไม่ส่งมอบหลังหมดสัมปทานไทยคม 4