posttoday
Apple ซุ่มพัฒนา iPhone จอพับ 8 ปี คาดแตะ 2,000 เหรียญ แพงสุดในประวัติศาสตร์

Apple ซุ่มพัฒนา iPhone จอพับ 8 ปี คาดแตะ 2,000 เหรียญ แพงสุดในประวัติศาสตร์

07 กันยายน 2569

บททดสอบแรก John Ternus ซีอีโอป้ายแดง Apple  จ่อเปิดตัว iPhone จอพับที่ซุ่มพัฒนามานานกว่า 8 ปี ดันราคาแตะ 2,000 เหรียญ แพงสุดในประวัติศาสตร์ ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง

KEY

POINTS

  • จอห์น เทอร์นัส เตรียมประเดิมเวทีเปิดตัวสินค้าใหม่ในฐานะซีอีโอ ด้วยนวัตกรรมที่ Apple ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 20 ปี นั่นคือ 'iPhone หน้าจอพับได้' สนนราคาแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • Apple เผชิญภาวะต้นทุนซัพพลายเชนพุ่งสูงจากการขาดแคลนชิ้นส่วน ทำให้บริษัทเตรียมพิจารณาปรับขึ้นราคา iPhone ยกแผง เพื่อรักษาส่วนต่างกำไร
  • แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับจะมีสัดส่วนเพียง 2% แต่ Apple ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานกว่า 8 ปี โดยรอดูข้อผิดพลาดของคู่แข่งก่อนปล่อยเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุดออกมาเจาะตลาด โดยเฉพาะในจีน

 

 

Apple ภายใต้การนำทัพของซีอีโอป้ายแดง 'จอห์น เทอร์นัส' เตรียมพลิกประวัติศาสตร์ 2 ทศวรรษของบริษัท ด้วยการเปิดตัว iPhone จอพับรุ่นแรกในวันพุธนี้ ชูจุดเด่นนวัตกรรมที่ซุ่มพัฒนามากว่า 8 ปี ท่ามกลางความท้าทายด้านราคาที่คาดว่าจะพุ่งแตะ 2,000 ดอลลาร์ หรือราว 70,000 บาท พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นราคาสินค้ายกแผงจากวิกฤตชิ้นส่วนขาดแคลน

 

ตามรายงานจากสำนักข่าว Financial Times การก้าวขึ้นสู่เวทีเปิดตัวสินค้าระดับเรือธงในวันพุธนี้ นับเป็นภารกิจสำคัญครั้งแรกของ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Apple หลังจากรับไม้ผลัดต่อจาก ทิม คุก (Tim Cook) เพียงสัปดาห์ที่สอง

 

โดยการนำบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลกเข้าสู่ศักราชใหม่นี้ เทอร์นัสได้นำพาสิ่งที่ฉีกกรอบดั้งเดิมของ iPhone ตลอด 20 ปีออกมานำเสนอ นั่นคือ “หน้าจอแบบพับได้” ควบคู่กับ “ระดับราคาที่สูงเกิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ” (ประมาณ 70,000 บาท)

 

สมาร์ทโฟนดีไซน์ใหม่นี้ไม่ใช่การตัดสินใจแบบฉับพลัน แต่ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นในแผนกฮาร์ดแวร์มาไม่ต่ำกว่า 8 ปี ซึ่งเป็นสายงานที่เทอร์นัสกุมบังเหียนดูแลโดยตรงมาโดยตลอด

 

Apple ซุ่มพัฒนา iPhone จอพับ 8 ปี คาดแตะ 2,000 เหรียญ แพงสุดในประวัติศาสตร์

 

 

แม้คู่แข่งในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung และ Huawei จะเริ่มส่งสมาร์ทโฟนจอพับลงสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2019 แต่จนถึงปัจจุบัน สินค้ากลุ่มนี้ยังคงครองส่วนแบ่งเพียง 2% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกเท่านั้น

 

อีกทั้งการเปิดตัวในยุคบุกเบิกยังประสบปัญหาทางเทคนิคขั้นวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหน้าจอพองตัว ผิวจอเป็นคลื่น จนนำไปสู่อัตราการส่งคืนเครื่องที่สูงลิ่วของ Samsung และทำให้ Huawei ต้องสั่งเลื่อนการเปิดตัวสินค้าของตนเองในปี 2019 ออกไป

 

“มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ Apple เลือกที่จะรอดูท่าทีในสินค้ากลุ่มนี้ ในทางทฤษฎี โครงสร้างอุปกรณ์ที่ Apple กำลังจะเปิดตัวนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้มาเป็นสิบปีแล้ว แต่ประเด็นคือ หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน หน้าจอแบบนี้จะมีต้นทุนการผลิตสูงถึงหลายพันดอลลาร์ และตลาดในตอนนั้นก็ยังไม่ใหญ่พอ” — ราดู ไรต์ (Radu Reit) อดีตวิศวกรด้านจอภาพของ Apple

 

ไรต์ระบุเสริมว่า ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ช่วยยกระดับให้หน้าจอมีความทนทานสูงขึ้น รอยพับมีความเนียนตามากยิ่งขึ้น และต้นทุนการผลิตลดต่ำลงมาอยู่ในระดับที่นำมาจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้อย่างคุ้มค่า

 

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลสิทธิบัตรของ Apple ที่พบว่าบริษัทได้ยื่นจดสิทธิบัตรกลไกบานพับมาตั้งแต่ปี 2011 ก่อนที่ทิม คุก จะขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอเสียด้วยซ้ำ และทีมวิศวกรได้เริ่มทดสอบเทคโนโลยีหน้าจอพับได้จริงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2018

 

Apple ซุ่มพัฒนา iPhone จอพับ 8 ปี คาดแตะ 2,000 เหรียญ แพงสุดในประวัติศาสตร์

 

ภาวะเงินเฟ้อ ดันราคาแตะ 70,000 บาท  

 

การกำหนดราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 70,000 บาท) เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติต้นทุนซัพพลายเชนทั่วโลก โดยเฉพาะการที่กลุ่มอุตสาหกรรม Data Center เข้ากว้านซื้อชิ้นส่วนสำคัญอย่าง ชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) ไปเป็นจำนวนมหาศาล

 

จนส่งผลกระทบให้ Apple ต้องทยอยปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mac และ iPad ไปก่อนหน้านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการลดลงของส่วนต่างกำไร (Margin)

 

นอกจากการเปิดตัว iPhone จอพับแล้ว นักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวสำคัญอีก 2 มิติ

 

  1. การปรับขึ้นราคา iPhone ยกแผง: Apple มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เพื่อชดเชยต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น
  2. การเลื่อนเปิดตัว iPhone 18: คาดการณ์ว่า Apple จะเลื่อนการเปิดตัว iPhone 18 รุ่นเริ่มต้น ออกไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้าแทน เพื่อบริหารจัดการรอบการเปิดตัวสินค้าใหม่

 

มุมมองนักวิเคราะห์ 

 

เอดิสัน ลี (Edison Lee) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ Jefferies มองว่า งานเปิดตัวครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของรอบการจำหน่ายสินค้าใหม่ (Product Cycle) ในกรอบเวลา 3-5 ปีข้างหน้า

 

“ความต้องการ iPhone ในปัจจุบันมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว บริษัทจำเป็นต้องโฟกัสไปที่ดีไซน์และรูปแบบใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนเครื่อง... Apple จะนิ่งเฉยอยู่กับดีไซน์เดิมๆ แล้วหวังให้คนยอมจ่ายแพงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้อีกต่อไป” ลีระบุ

 

ด้านสถาบันข้อมูลระดับโลก International Data Corporation (IDC) วิเคราะห์ว่า แม้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะหดตัวลงสวนทางกับระดับราคาที่พุ่งสูงขึ้น แต่การกระโดดเข้าร่วมวงของ Apple จะเปลี่ยนให้กลุ่ม "สมาร์ทโฟนจอพับ" กลายเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถเติบโตได้ในปี 2026

 

โดยคาดว่าตลาดนี้จะขยายตัวได้ถึง 12% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี และ Apple มีศักยภาพที่จะกวาดส่วนแบ่งตลาดจอพับไปได้ถึง 40% ภายในปี 2027

 

อย่างไรก็ดี เดวิด โวกต์ (David Vogt) นักวิเคราะห์จาก UBS ได้แสดงความกังวลต่อปฏิกิริยาของผู้บริโภคเกี่ยวกับการปรับราคาสูงขึ้น “ครั้งสุดท้ายที่ Apple ปรับขึ้นราคา iPhone อย่างรุนแรงคือช่วงหลังโควิดในทวีปยุโรป และผลที่ตามมาคือยอดขายดิ่งหัวลงแทบจะทันที” 

 

แต่ในทางกลับกัน ตลาดที่คาดว่าจะตอบรับ iPhone จอพับได้ดีที่สุดคือ ตลาดประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคให้ความนิยมสมาร์ทโฟนจอพับของ Huawei และเป็นสนามที่ Apple กำลังเร่งทวงคืนส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างจริงจัง

 

ข่าวล่าสุด

เปิด 6 รายการ ดีอี ฟ้อง ไทยคม พันล้าน ไม่ส่งมอบหลังหมดสัมปทานไทยคม 4

เปิด 6 รายการ ดีอี ฟ้อง ไทยคม พันล้าน ไม่ส่งมอบหลังหมดสัมปทานไทยคม 4