posttoday
Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน

Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน

23 สิงหาคม 2569

Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมไทยในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ หลังผู้บริหารเผยเหลือเวลาอีก 2 ปี มีทรัพย์สิน ที่ดิน โรงงาน แบรนด์ และสูตรไอศกรีมให้มูลค่ารวม 165 ล้าน พร้อมแผนขยาย 3 ธุรกิจ ตั้งเป้ายอดขาย 8,790 ล้านบาทต่อปี มีค่าแนะนำให้ 5 ล้าน

ฮาเวลส์ (Hawell’s) แบรนด์ร้านไอศกรีมในตำนาน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศตามหาคนรับช่วงต่อกิจการ โดยข้อความระบุเขียนโดย ดร.ษิริพงศ์ อัครศรียุกต์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮาเวลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมทั้งระบุว่าเหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งคาดว่ามีเวลาไม่เพียงพอที่จะขยายสาขาได้ โดยมีเนื้อหาว่า 

 

ประกาศ หาผู้รับช่วงต่อกิจการไอศกรีมฮาเวลส์ โดยมีค่าแนะนำ 5 ล้านบาท

 

เรียนท่านลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ผม ดร.ษิริพงศ์ อัครศรียุกต์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮาเวลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ฮาเวลส์ยังไม่สามารถไปเปิดสาขาที่ใกล้บ้านของท่านได้ในขณะนี้ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราได้พยายามอย่างมากในการติดต่อกับห้างเพื่อเปิดสาขา แต่ทางห้างตอบว่า ทางห้างไม่มีพื้นที่สำหรับฮาเวลส์ ทั้งที่ก็มีที่ว่างหลายที่เพราะร้านเดิมได้ย้ายออกไป และไม่ว่าจะติดต่อสักกี่ครั้งก็จะได้คำตอบเหมือนเดิม 

 

ครั้นจะเปิดสแตนอโลนก็จะต้องลงทุนมาก และเคยมีแผนที่จะเปิดแฟรนไชส์ขนาดเล็ก แต่เมื่อพิจารณาหลายครั้ง ก็เห็นว่าจะเป็นปัญหามากกว่าและแบรนด์ก็อาจจะเสียหายแบบกู้คืนไม่ได้ นี่คือสาเหตุหนึ่ง 

 

แต่สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือ ผมและครอบครัวเหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีเท่านั้น (เหตุผลอยู่ตอนท้าย) ซึ่งคาดว่าคงจะมีเวลาไม่เพียงพอที่จะขยายสาขาไปทั่วประเทศและทั่วโลกได้ 

 

ดังนั้นเมื่อเวลาไม่เพียงพอ จึงได้มีความคิดว่า ควรหาผู้ที่มีใจรักในไอศกรีม และเป็นผู้ที่มีศักยภาพเข้ามารับช่วงต่อน่าจะดีกว่า 

 

ดร.ษิริพงศ์ อัครศรียุกต์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮาเวลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

 

 

เพราะฮาเวลส์ได้มีทุกอย่างครบถ้วนแล้วที่จะแข่งขันกับไอศกรีมทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติไอศกรีมนมแบบ Soft ที่เข้มข้น เชื่อว่าไม่มีแบรนด์ใดเทียบได้ และถ้าได้ไปอยู่ในห้างใดก็จะได้ลูกค้าประจำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสุดท้ายการแข่งขันก็จะวัดกันที่รสชาติเป็นสำคัญ เพราะถ้าเมื่อได้ทานไอศกรีมที่อร่อยแล้ว การจะกลับไปทานไอศกรีมที่อร่อยน้อยกว่านั้นเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากมาก 

 

ส่วนฮาร์ดไอศกรีมตอนนี้ฮาเวลส์ได้คิดค้นไอศกรีมฮาร์ดสูตรใหม่ล่าสุดที่มีความแน่น เนียน เหนียว นุ่ม (มีอากาศแทรกน้อย) ซึ่งมีคุณภาพอยู่ระดับเดียวกันกับ ฮาเก้น-ดาส แต่จะขายในราคาถูกกว่าสเวนเซ่นส์ ซึ่งได้คิดค้นไว้ถึง 100 รสชาติและถ้าได้พื้นที่ในแข่งขันกัน มั่นใจว่าลูกค้าจะเลือกทานไอศกรีมฮาเวลส์อย่างแน่นอน เพราะรสชาติสุดพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้ม 

 

ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าถ้าได้ผู้ที่มีศักยภาพมารับช่วงต่อ จะสามารถทำให้ไอศกรีมฮาเวลส์ขยายตลาดไปทั่วประเทศและทั่วโลกได้ไม่ยาก 

 

โดยเฉพาะในประเทศต้นทุนสามารถแข่งขันได้อย่างสบาย เพราะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เอง จึงไม่ต้องถูกบังคับซื้อวัตถุดิบราคาแพงจากต่างประเทศ และแบรนด์ฮาเวลส์ลูกค้าให้ความเชื่อถือในเรื่องคุณภาพมากว่า 25 ปี

 

ซึ่งสื่อมวลชนก็ให้เครดิตและคอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เพราะฮาเวลส์ไม่ใช่แบรนด์ใหม่แต่เป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพและพร้อมที่จะมาทวงบัลลังก์ไอศกรีมที่ยืน1ในใจของลูกค้าทุกคน 

 

Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน

 

 

สิ่งที่จะมอบให้ผู้รับช่วงต่อ

  1. ที่ดิน 7 ไร่ ที่บางบัวทอง มูลค่า 100 ล้าน
  2. อาคารสำนักงานและโรงงานพร้อมเครื่องจักรและใบอนุญาตโรงงาน รวมมูลค่า 40 ล้าน
  3. ร้านฮาเวลส์ ไอศกรีมแอนด์ฟาสต์ฟู้ด มูลค่า 6 ล้าน
  4. แบรนด์ ฮาเวลส์ (เครื่องหมายการค้า)
  5. โนฮาวทั้งหมด ตลอด 37 ปี
  6. สูตรไอศครีมทั้งหมด ทั้ง Soft Ice Cream และ Hard Ice Cream 

 

รวมทุกรายการมูลค่าที่ส่งมอบคือ 165 ล้านบาท

 

Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน

 

ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วจะเห็นว่าไม่ได้บวกกำไรแต่อย่างใดเลย และถ้าเป็นผู้ที่มีศักยภาพและเครดิตดี ก็จะสามารถกู้แบงค์ขยายสาขา โดยแทบไม่ต้องใช้เงินตัวเองเลย เพราะที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็น่าจะเป็นหลักทรัพย์เพียงพอที่จะกู้ได้ มากกว่า 200 ล้านแล้ว 

 

และถ้าเป็นไปตามแผนที่ผมได้วางไว้เมื่อได้เงินทุนพร้อมคือ ใน 2 ปีแรก 

 

  1. จะเปิดร้านไอศกรีมซอท์ฟเสริฟ ทั่วประเทศให้ได้ 300 สาขา โดยจะมียอดขายรวมต่อปีที่ 2,880 ล้านบาท
  2. จะเปิดร้านฮาร์ดไอศกรีม 100 สาขา โดยมียอดขายต่อปีที่ 2,400 ล้านบาท
  3. วางเครื่องจ่ายไอศกรีมถ้วยอัตโนมัติ 5,000 จุด โดยมียอดขายต่อปีที่ 3,510 ล้านบาท (ต่อจุดขายวันละ 30 ถ้วย ถ้วยละ 65 บาท)

 

ซึ่งรวมยอดขายทั้ง 3 ธุรกิจ ยอดขายต่อปีจะอยู่ที่ 8,790 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อครบ 3 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ มูลค่าย่อมมากกว่า 1 หมื่นล้าน ซึ่งสามารถเป็นไปได้ 

  

ถ้าถามว่าแล้วทำไมมั่นใจ ก็เพราะว่า ไอศกรีมของฮาเวลส์อร่อยกว่าคู่แข่งแน่นอน ร้านก็หรูหราได้มาตรฐานฟาสต์ฟู้ดไม่แพ้คู่แข่งแน่นอน ดังนั้นเมื่อทำธุรกิจแล้วมั่นใจว่าชนะคู่แข่งแน่นอน มันทำให้มีพลังในการทำงานอย่างล้นเหลือ ซึ่งสามารถมองช็อตต่อไปที่จะขยายสาขาไปทั่วโลกได้เลย เพราะถ้าเราชนะคู่แข่งในประเทศไทยได้ นั่นแปลว่าเราชนะทั้งโลกได้ สาเหตุคือไอศกรีมชั้นนำของโลกมาอยู่ในประเทศไทยหมดแล้ว

  

ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ใน Project Plan และนี่คือความจริงใจที่จะส่งมอบ

  

และการที่ผมต้องมาแจ้งกับท่านลูกค้า ก็เพราะผมเชื่อว่า ไม่มีใครที่จะรู้จักไอศกรีมฮาเวลส์มากไปกว่าลูกค้าประจำที่ได้เข้าใจรสชาติไอศกรีมฮาเวลส์มายาวนานหลายสิบปี ดังนั้นจึงขอให้ท่านลูกค้าช่วยแนะนำผู้มีศักยภาพเพื่อรับมอบกิจการไอศกรีมฮาเวลส์ไปพัฒนาให้เจริญรุ่งเรือง จนไปอยู่ใกล้ๆบ้านของลูกค้าทุกคนในเร็ววันด้วยนะครับ

   

เงื่อนไขสำหรับค่าแนะนำ

 

  1. ผู้ที่จะมารับมอบ จะต้องเป็นผู้ที่ระบุผู้แนะนำเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซ้อน
  2. ข้อมูลของฮาเวลส์จะอยู่ใน โปรเจ็คแพลน ทั้งหมดแล้ว ซึ่งผู้แนะนำไม่จำเป็นต้องสอบถามเพิ่มเติม 
  3. ค่าแนะนำ 5 ล้าน จะอยู่ที่ยอด 165 ล้าน แต่ถ้ายอดเป็นอย่างอื่นไม่ว่ามากหรือน้อย จะอยู่ที่ 3%
  4. จะมีการพูดคุยเจรจากัน ก็ต่อเมื่อผู้ที่จะรับมอบศึกษาโปรเจ็คแพลน จนเข้าใจทั้งหมดแล้วเท่านั้น

Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน

 

 

เหลือเวลาอีก 2 ปีก่อนวางชีวิตทางโลก

 

อย่างไรก็ตาม ในโพสต์ยังได้มีการร่ายยาวถึงเหตุผลที่บอกว่า เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี เจ้าของ “ฮาเวลส์” เผยว่า เตรียม ตัดสินใจวางชีวิตทางโลก เพื่อออกบวชและปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง โดยระบุว่าได้วางแผนเรื่องการออกบวชมานานกว่า 15 ปี และต้องการสร้างป่าเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ก่อนปลีกวิเวกโดยไม่ติดต่อกับครอบครัวหรือลูกศิษย์ ยกเว้นพระพี่เลี้ยงและผู้ถวายอาหาร

 

สำหรับ “ฮาเวลส์” เจ้าของระบุว่า ธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงกิจการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและครอบครัว จึงต้องการส่งมอบให้ผู้ที่รักไอศกรีมและมีศักยภาพดูแลกิจการให้เดินหน้าต่อ พร้อมหวังให้ลูกค้ายังคงได้รับประทานไอศกรีมและสนับสนุนแบรนด์ต่อไป

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของเจ้าของเกิดจากการศึกษาพระพุทธศาสนาและปฏิบัติสมาธิ ก่อนหันมาให้ความสำคัญกับการทำทาน รักษาศีล และปฏิบัติธรรม โดยระบุว่าหลังนำหลักเหล่านี้มาใช้ในชีวิต จึงเริ่มต้นกิจการฮาเวลส์ และภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีขยายได้ 22 สาขา

 

ปัจจุบันเจ้าของระบุว่า เป้าหมายชีวิตเปลี่ยนจากการแสวงหาความร่ำรวย มาเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุธรรม โดยมองว่าทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง และอำนาจไม่สามารถนำติดตัวไปได้ สิ่งสำคัญคือความดี บุญกุศล และผลจากการกระทำ

 

ข่าวล่าสุด

Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน

Hawell’s ไอศกรีมในตำนาน ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ มีค่าแนะนำ 5 ล้าน