
“ศุภจี” ปลุก SME ไทย เลิกสู้ด้วยราคา เปลี่ยน 5 ด้าน จากขายของสู่สร้างแบรนด์
"ศุภจี" ปลุก SMEs ไทย “เลิกแข่งด้วยราคา” เปลี่ยนขายของเป็นขายคุณค่า วาง SMEs Journey ยกระดับผู้ประกอบการไทย ใช้ AI–สร้างแบรนด์–ขยายตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจและ SMEs ไทย” ภายในงาน “SME ต้องรอด 2026” ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา
นางศุภจี กล่าวว่า โลกวันนี้กำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ซึ่งกำลังเปลี่ยนกติกาทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ จากการเน้นต้นทุนต่ำที่สุด สู่ความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน จากการแข่งขันด้วยขนาด สู่การแข่งขันด้วยความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว และจากการขายเพียงสินค้า สู่การขายคุณค่า ประสบการณ์ มาตรฐาน และความไว้วางใจ
สำหรับเศรษฐกิจไทย GDP ในไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 ซึ่งมี 2 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือภาคการส่งออกและการลงทุน แม้ GDP ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก แต่ยังสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ขณะที่สภาพัฒน์ปรับประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีขึ้นเป็นร้อยละ 2.2 สำหรับการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวกว่าร้อยละ 17 ที่มูลค่า 6.2 ล้านล้านบาท เร่งขึ้นจากร้อยละ 13 ในปี 2568 ที่มีมูลค่าราว 11 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ และจีนมีสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 30 ของการส่งออกไทย ขณะที่ทั้งสองประเทศมีแนวนโยบายและมาตรการทางการค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การยึดโยงกับตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออก
ปัจจุบันไทยมี SMEs มากกว่า 3.3 ล้านราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 99 ของธุรกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 69 ของการจ้างงานรวม
แต่ในจำนวนผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนกว่า 30,000 ราย แม้ผู้ส่งออก SMEs จะมีมากกว่า 22,000 ราย กลับมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกเพียงร้อยละ 14 ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงข้อจำกัด แต่สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตอีกมาก หากช่วยให้ SMEs เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน เงินทุน ตลาด และเครือข่ายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
แก้ 4 Pain Point หลัก
นางศุภจี ระบุว่า การผลักดัน SMEs ให้เติบโตต้องแก้ 4 Pain Points อย่างเป็นระบบ ได้แก่
- รากฐานธุรกิจยังไม่แข็งแรง ทั้งด้านการบริหาร บัญชี การเงิน ข้อมูล และเทคโนโลยี
- การสร้างมูลค่าเพิ่มยังต้องเชื่อมกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยการใช้ข้อมูล AI เทคโนโลยี Branding และ Storytelling
- ช่องทางตลาดยังจำกัด โดย SMEs อาจต้องปรับตัวสู่ช่องท่างออนไลน์มากขึ้น
- การสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงประเด็นปัญหานอมินี และสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ
พาณิชย์ เคลื่อน 5 นโยบายหลัก
ด้านแนวนโยบายเศรษฐกิจ นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องดูแลปัญหาเร่งด่วนวันนี้ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในวันข้างหน้า โดยในระยะสั้นจะลดภาระค่าครองชีพ ดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสภาพคล่องและตลาด ส่วนในระยะยาวจะเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับสินค้าและบริการ พัฒนาทักษะและเทคโนโลยี และปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ
กระทรวงจึงขับเคลื่อนงานผ่าน 5 นโยบายหลัก ได้แก่
- ดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ และยกระดับชุมชน
- รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
- สร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน
- สร้างสมดุลการส่งออก
- ยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ
โดยในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน มีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างตลาดและรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าและเศรษฐกิจชุมชน และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ผ่านการปราบปรามนอมินี การตรวจสอบสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และการใช้มาตรการ AD/CVD/SG
จัดตั้ง 4 ทีมเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในด้านกลไกขับเคลื่อน รัฐบาลดำเนินงานผ่านคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งมีนางศุภจีเป็นประธาน โดยจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4 คณะ ครอบคลุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs และการค้าระหว่างประเทศ
โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ระยะ คือ Quick Big Win ที่มุ่งให้เกิดผลภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี และ Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างระยะ 2-4 ปี
สำหรับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs จะมุ่งยกระดับผู้ประกอบการตลอดเส้นทางการเติบโต หรือ SMEs Journey ตั้งแต่ Start–Scale Up–Leader–Regional Player โดยออกแบบมาตรการสนับสนุนให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการในแต่ละช่วง ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การเพิ่มผลิตภาพและขยายตลาด ไปจนถึงการก้าวสู่ผู้ประกอบการระดับภูมิภาค
ชวน SME เปลี่ยน 5 เรื่อง
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs นางศุภจีเสนอแนวคิด “5 เปลี่ยน” เป็นแนวทางสำคัญในการปรับตัว ได้แก่
- เปลี่ยนจากแข่งขันด้วยราคา สู่แข่งขันด้วยคุณค่า
- เปลี่ยนจากขายสินค้า สู่สร้างแบรนด์และประสบการณ์
- เปลี่ยนจากตัดสินใจด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว สู่การใช้ข้อมูลและ AI
- เปลี่ยนจากขายช่องทางเดียว สู่การเชื่อมทุกช่องทาง
- เปลี่ยนจากทำคนเดียว สู่การสร้างเครือข่ายและพันธมิตร
พร้อมฝากหลักคิด TAM Model - Think Big, Act Small, Move Right โดย Think Big คือมองเป้าหมายให้ไกล Act Small คือเริ่มลงมือจากก้าวที่ทำได้จริง และ Move Right คือเลือกจังหวะ ตลาด เทคโนโลยี และพันธมิตรที่เหมาะสม เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่สร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด
นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า โลกที่ไม่เหมือนเดิมอาจทำให้การทำธุรกิจยากขึ้น แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มองเห็นและปรับตัวได้เร็วกว่า และ
“ขอให้ช่วยกันเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส เปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นแรงผลักดัน และเปลี่ยนคำว่า ‘SME ต้องรอด’ ให้ก้าวไปสู่ ‘SME ไทยต้องโต’ อย่างมั่นคงและทั่วถึง”







