
เกมแข่งขันหุ่นยนต์จีน จากเวทีวิชาการ สู่ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม
จีนยกระดับการแข่งขันหุ่นยนต์ตลอดทศวรรษ จากเวทีทดลองของนักศึกษา สู่สนามแสดงศักยภาพเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การแข่งขันหุ่นยนต์ในจีนได้พัฒนาจากกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยทีมวิชาการและผู้สนใจด้านเทคโนโลยี สู่เวทีระดับชาติที่รัฐบาลและสื่อของรัฐให้ความสำคัญ ขณะเดียวกันยังกลายเป็นสนามทดสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทเอกชนที่ต้องการแสดงให้เห็นว่า หุ่นยนต์สามารถนำไปใช้งานจริงได้มากกว่าการสร้างความตื่นตาตื่นใจ
การแข่งขันดังกล่าวได้รับฉายาว่า “โอลิมปิกหุ่นยนต์” แต่แตกต่างจากโอลิมปิกของมนุษย์ตรงที่จีนสามารถครองเหรียญรางวัลส่วนใหญ่ได้ และสะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ความสำคัญ
การแข่งขัน World Humanoid Robot Games ซึ่งเป็นรูปแบบล่าสุดและมีขนาดใหญ่ที่สุด เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในกรุงปักกิ่ง โดยการแข่งขันในปี 2026 ได้ขยายขอบเขตจากความสามารถด้านการเคลื่อนไหว ไปสู่การทดสอบทักษะของ “มือหุ่นยนต์” ในงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง
1999-2014: หุ่นยนต์เริ่มต้นจากกีฬาของมหาวิทยาลัย
การแข่งขันหุ่นยนต์ในจีนเริ่มต้นจากกิจกรรมขนาดเล็กที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมและรัฐบาลท้องถิ่นในมณฑลฝูเจี้ยน ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นทีมจากมหาวิทยาลัย บรรยากาศในเวลานั้นมีลักษณะคล้ายโครงงานวิทยาศาสตร์มากกว่าจะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของภาคธุรกิจ
หนึ่งในการแข่งขันที่ได้รับความสนใจคือการแข่งขันฟุตบอลของหุ่นยนต์ล้อเลื่อนขนาดเล็ก ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าในระดับจำกัด เพื่อหลีกเลี่ยงการชนและค้นหาตำแหน่งลูกบอล
2015: หุ่นยนต์ก้าวสู่ “อัญมณีล้ำค่า” ของการผลิต
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อกรุงปักกิ่งเป็นเจ้าภาพจัด World Robot Conference ครั้งแรก สะท้อนว่าหุ่นยนต์กำลังก้าวขึ้นเป็นวาระแห่งชาติของจีน
สื่อของรัฐรายงานว่า ก่อนหน้านั้น 1 ปี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็น “อัญมณีล้ำค่า” ของการผลิตขั้นสูง
ภายในงานปี 2015 หุ่นยนต์เคลื่อนที่ถูกนำมาแสดงความสามารถในการเล่นแบดมินตัน สามารถติดตามวิถีลูกและตีโต้กลับได้ แม้จะเป็นการสาธิตที่สร้างความประทับใจ แต่เทคโนโลยียังห่างไกลจากการเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่
หุ่นยนต์ในยุคนั้นอาศัยเซ็นเซอร์สร้างภาพเพื่อวัดระยะทาง ซึ่งพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 2010 ร่วมกับเทคโนโลยีประเมินวิถีของวัตถุที่นักวิจัยด้านกลาโหมอังกฤษพัฒนาขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990
2023: จากห้องทดลองสู่การใช้งานในบ้าน
ภายในปี 2023 World Robot Conference ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทชั้นนำใช้เปิดตัวนวัตกรรมและสร้างกระแสในตลาด ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบด้านต้นทุนของจีนเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
หุ่นยนต์สุนัข Cyberdog ของ Xiaomi ดึงดูดผู้ชมจำนวนมากให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเปิดตัวครั้งแรกในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับผู้พัฒนาและผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีในราคาประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 48,000 บาท)
เมื่อเทียบกับ Spot หุ่นยนต์สี่ขาของ Boston Dynamics ซึ่งจำหน่ายในราคามากกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.40 ล้านบาท) ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนถึงจุดแข็งด้านต้นทุนของผู้ผลิตจีนได้อย่างชัดเจน
2025-2026: จากการล้มเหลวสู่การก้าวกระโดด
เดือนเมษายน 2025 กรุงปักกิ่งจัดการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์ครั้งแรกของโลก โดยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ออกวิ่งเคียงข้างนักวิ่งมนุษย์ วิศวกรต้องวิ่งประกบและพร้อมเข้าควบคุมเครื่องจักรตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์เพียงส่วนน้อยที่ออกสตาร์ตสามารถเข้าเส้นชัยได้ บางตัวล้มตั้งแต่จุดเริ่มต้น ขณะที่บางตัวพุ่งชนราวกั้นหลังวิ่งไปได้เพียงไม่กี่เมตร
หนึ่งปีต่อมา สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนกรุงปักกิ่งครั้งที่สอง หุ่นยนต์ Unitree H1 สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้โดยไม่มีมนุษย์คอยประกบ
สื่อของรัฐรายงานว่า จากทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในปี 2026 มากกว่า 100 ทีม มี 47 ทีมที่สามารถวิ่งเข้าเส้นชัย
ที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือ “Flash” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Honor ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีน สามารถวิ่งฮาล์ฟมาราธอนได้ด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมดภายในเวลา 50 นาที 26 วินาที เร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ทำไว้เพียงหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้นเกือบ 7 นาที
นักวิเคราะห์และผู้บริหารในอุตสาหกรรมระบุว่า การพัฒนาอย่างรวดเร็วของหุ่นยนต์จีนเป็นผลจากความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทานที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การสนับสนุนจากภาครัฐ และต้นทุนชิ้นส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
บทบาทของรัฐบาลจีนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนา โดยแผนพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ระยะ 5 ปีของกรุงปักกิ่งในปี 2021 กำหนดมาตรการสนับสนุนทั้งเงินอุดหนุน สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับการวิจัย และแหล่งเงินทุน พร้อมตั้งเป้าหมายให้จีนเป็น “แหล่งกำเนิดนวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระดับโลก”
2026 เป็นต้นไป: บททดสอบอยู่ที่ “มือ”
การแข่งขันในปี 2026 เพิ่มโจทย์ใหม่ด้วยการทดสอบความสามารถของ มือหุ่นยนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในส่วนที่มีความซับซ้อนมากที่สุดของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
หุ่นยนต์จะถูกประเมินทั้งด้านความเร็วและความแม่นยำในการทำงานที่ต้องใช้ทักษะละเอียด เช่น การขันสกรู การเปิดขวด และการใช้แหนบหยิบลูกปัด
นักวิเคราะห์มองว่า การพัฒนามือหุ่นยนต์ให้สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำและรับรู้แรงสัมผัสใกล้เคียงมือมนุษย์ เป็นหนึ่งในความท้าทายทางวิศวกรรมที่ยากที่สุดในการสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับการทำงานจริง
การเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันจากการวิ่งหรือการแสดงความสามารถ ไปสู่การทำงานที่มีรายละเอียดสูง ยังสะท้อนความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่กำลังมีผู้เล่นเพิ่มขึ้น นั่นคือ การพิสูจน์ว่าต้นแบบที่สร้างขึ้นสามารถทำงานได้จริงในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่เพียงแค่สร้างความประทับใจบนเวทีการแข่งขัน







