
คลังเร่งดันบัญชี นกกระซิบ บนถุงเงิน ช่วยร้านค้ายื่นขอกู้-ออมสินเพิ่มวงเงิน EV อีก 5 พันล.
เอกนิติ เร่งออมสินทำบัญชี “นกกระซิบ” ในแอปพลิเคชั่นถุงเงินให้กู้ได้จริง หวังช่วยร้านค้ารายย่อยเข้าถึงเงินทุน ขณะที่ออมสินเพิ่มวงเงินสินเชื่อ EV อีก 5 พันล้าน รวม 1 หมื่นล้านบาทหลังล็อตแรกหมดเกลี้ยง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องการผลักดันการใช้ AI นกกระซิบ ซึ่งอยู่ในแอปพลิเคชันถุงเงิน และช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจัดทำบัญชี โดยระบบสามารถสรุปข้อมูลการขายเป็นรายวันและรายเดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการร้านค้า
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออีกประมาณ 1 เดือนเศษ ได้หารือกับ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และต้องการให้เกิดกรณีตัวอย่างที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยสามารถนำบัญชีจากนกกระซิบไปขอสินเชื่อจากธนาคารออมสินได้จริง
“อยากให้นกกระซิบ ที่ทำบัญชีให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเกิดเคสจริงๆ คือสามารถนำไปเป็นหลักฐานเพื่อใช้กู้เงินจากธนาคารออมสินได้ จากที่มียอดสรุปการขายเป็นรายวัน เป็นรายเดือน ทำเป็นบัญชีมาแล้ว ก็อยากให้บัญชีนี้สามารถมาขอกู้ออมสินได้” นายเอกนิติกล่าว
ทั้งนี้ นายเอกนิติได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการจัดทำแนวทางรองรับ เพื่อให้ข้อมูลบัญชีจากนกกระซิบสามารถนำมาใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้จริง โดยวงเงินสินเชื่อจะใช้เงินของธนาคารออมสินเอง ไม่เกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก. 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบวิกฤตพลังงาน
ขณะที่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการสินเชื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานว่า สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยวงเงินรอบแรก 5,000 ล้านบาท ได้จัดสรรครบเต็มจำนวนแล้ว ล่าสุดธนาคารได้เพิ่มวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท รวมเป็น 10,000 ล้านบาท โดยยังคงใช้เงื่อนไขเดิม
ทั้งนี้ ธนาคารจะรอให้ผู้ประกอบการ ทั้งสถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อที่เป็นพันธมิตร ทยอยเข้ามาเบิกจ่ายวงเงินก่อน หากวงเงินที่เพิ่มขึ้นถูกใช้จนหมด จึงจะพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป
“โดยรวมได้รับการตอบรับดี มีผู้สนใจจำนวนมาก วงเงินรอบแรก 5,000 ล้านบาทเต็มวงเงินแล้ว โดยจัดสรรให้ธนาคารละ 500 ล้านบาท มีหลายรายเข้าร่วมโครงการ แต่แต่ละรายได้รับวงเงินไม่เท่ากัน ขณะนี้ธนาคารได้เพิ่มวงเงินอีก 5,000 ล้านบาทไปแล้ว เพื่อสนับสนุนสินเชื่อสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เงื่อนไขยังคงเดิม” นายทรงพลกล่าว
สำหรับวงเงินที่เพิ่มขึ้นอีก 5,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าตามนิยามของโครงการ ขณะที่อุปกรณ์ชาร์จอาจขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย
นายทรงพลกล่าวว่า การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นหนึ่งในนโยบายที่ต้องการให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายในอนาคต โดยธนาคารยังเดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อด้านพลังงานประเภทอื่นตามความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการ
ส่วนสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) นั้น ประชาชนควรทำความเข้าใจรูปแบบการใช้ไฟของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะความคุ้มค่าของการติดตั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดระบบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณและช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟด้วย
โดย Solar Cell จะผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงกลางวัน ดังนั้นผู้ที่ใช้ไฟในช่วงกลางวันในสัดส่วนสูงจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการติดตั้งมากกว่า ขณะที่ผู้ที่ใช้ไฟช่วงกลางคืนเป็นหลัก หรือใช้ไฟกลางวันไม่มาก อาจประหยัดค่าไฟได้ไม่เพียงพอกับต้นทุนการติดตั้ง
“สำหรับผู้ที่จ่ายค่าไฟฟ้าน้อยกว่า 3,000 บาทต่อเดือน หรือมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันน้อยกว่า 50% ของปริมาณการใช้ไฟทั้งหมด ทางแหล่งข้อมูลระบุว่าส่วนต่างที่ประหยัดได้อาจจะไม่คุ้มค่าหรือเพียงพอเมื่อเทียบกับต้นทุนการติดตั้งและการผ่อนชำระ”
เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉพาะในช่วงกลางวัน ดังนั้นหากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของคุณเน้นไปที่ช่วงกลางคืนเป็นหลัก การติดโซลาร์เซลล์อาจไม่ตอบโจทย์เรื่องความประหยัดเท่าที่ควร
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Cell ยังเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ ปริมาณเมฆ ฝน และฝุ่นละออง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ติดตั้งควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน
นายทรงพลกล่าวว่า ธนาคารเตรียมจัดทำเครื่องมือหรือแบบทดสอบเบื้องต้นให้ประชาชนกรอกข้อมูลการใช้ไฟ เพื่อประเมินว่ามีความเหมาะสมกับการติดตั้ง Solar Cell มากน้อยเพียงใด ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอสินเชื่อ
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะต่อไป โดยยังไม่จำเป็นต้องขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากภาครัฐ







